รายการ : ลีก คัพ
สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม
เวลา : 01.30 น.
ราคาก่อนเกม : แมนฯซิตี้ ต่อ 2.5 (-10)
ถ้ามองเพียงชื่อชั้น เกม แมนซิตี้ พบ นอริช ดูเหมือนจะมีภาพค่อนข้างชัด เจ้าบ้านเป็นทีมระดับหัวแถวของพรีเมียร์ลีก ขณะที่ผู้มาเยือนเล่นอยู่ในแชมเปี้ยนชิพ แถมสถานที่แข่งขันยังเป็น เอติฮัด สเตเดี้ยม อีกด้วย
แต่ผมคิดว่าเกมฟุตบอลถ้วยลักษณะนี้ไม่ควรถูกตัดสินง่ายขนาดนั้น
สิ่งที่ทำให้ วิเคราะห์บอลวันนี้ คู่นี้น่าสนใจคือเรื่องการหมุนเวียนผู้เล่น แมนฯซิตี้มีโปรแกรมต่อเนื่องและมีแนวโน้มปรับทีมหลายตำแหน่ง ขณะที่นอริชเองก็อาจไม่ได้ส่งชุดที่ดีที่สุดทั้งหมดเช่นกัน เพราะฉะนั้น ความต่างของชื่อทีมยังมีอยู่ แต่ความลื่นไหลในการเล่นอาจไม่เหมือนเวลาที่ทั้งสองฝั่งใช้ชุดหลักเต็มระบบ
สำหรับผม ถ้าจะ วิเคราะห์บอล เกมนี้ให้มากกว่าแค่ดูว่าใครอยู่ลีกสูงกว่า ต้องตอบให้ได้สองเรื่อง คือ แมนฯซิตี้จะใช้เวลานานแค่ไหนในการทำให้ทีมชุดผสมเล่นเข้าจังหวะ และนอริชจะรักษาระเบียบเกมรับได้นานพอหรือไม่เมื่อถูกกดอยู่ในแดนตัวเองต่อเนื่อง
ผลการพบกันของ แมนฯซิตี้ กับ นอริช
- 13/02/22 นอริช แพ้ แมนฯซิตี้ 0-4
- 21/08/21 แมนฯซิตี้ ชนะ นอริช 5-0
- 26/07/20 แมนฯซิตี้ ชนะ นอริช 5-0
- 15/09/19 นอริช ชนะ แมนฯซิตี้ 3-2
- 12/03/16 นอริช เสมอ แมนฯซิตี้ 0-0
- 09/01/16 นอริช แพ้ แมนฯซิตี้ 0-3 / เอฟเอ คัพ
- 31/10/15 แมนฯซิตี้ ชนะ นอริช 2-1
- 08/02/14 นอริช เสมอ แมนฯซิตี้ 0-0
- 02/11/13 แมนฯซิตี้ ชนะ นอริช 7-0
- 19/05/13 แมนฯซิตี้ แพ้ นอริช 2-3
หากดูเฉพาะ สกอร์บอล จากการพบกันช่วงหลัง แมนฯซิตี้ข่มอยู่พอสมควร โดยสามครั้งล่าสุดที่เจอกัน พวกเขาชนะทั้งหมดและยิงรวมถึง 14 ประตูโดยไม่เสียเลย
แต่ผมไม่อยากให้น้ำหนักกับตัวเลขชุดนี้มากเกินไป
เหตุผลง่าย ๆ คือการเจอกันล่าสุดเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2022 ทั้งโค้ช ผู้เล่น และโครงสร้างทีมต่างจากปัจจุบันมาก ดังนั้น หากจะ วิเคราะห์ผลบอล นัดนี้ เฮดทูเฮดควรทำหน้าที่แค่บอกภูมิหลังของคู่แข่งขัน ไม่ใช่เป็นคำตอบของเกม
สิ่งที่สำคัญกว่าคือฟอร์มและวิธีเล่น ณ ตอนนี้
ฟอร์มในรายการ ลีก คัพ ฤดูกาลนี้
แมนฯซิตี้
ยังไม่มีผลงานในรายการนี้จากข้อมูลต้นฉบับ
นอริช
- 26/08/26 ชนะ คาร์ดิฟฟ์ 2-1 (เยือน)
- 08/08/26 ชนะ เอ็มเค ดอนส์ 4-1 (เหย้า)
นอริชผ่านสองเกมแรกของรายการด้วยชัยชนะทั้งคู่ และยิงไปแล้ว 6 ประตู ถือว่าเกมรุกทำงานได้ดีพอสมควร
แน่นอนว่าระดับคู่แข่งก่อนหน้านี้ต่างจากแมนฯซิตี้ แต่สิ่งที่ข้อมูลชุดนี้บอกได้คือ นอริชไม่ได้เข้ามาถึงรอบนี้ด้วยฟุตบอลที่เน้นรับอย่างเดียว พวกเขากล้าเดินเกม มีจังหวะเข้าทำ และสามารถผลิตประตูได้
ตรงนี้น่าสนใจสำหรับการ วิเคราะห์บอลลีก เพราะเมื่อทีมจากแชมเปี้ยนชิพที่คุ้นกับฟุตบอลจังหวะเร็วต้องมาเจอทีมพรีเมียร์ลีกที่ต้องการครองบอล ความต่างของจังหวะการแข่งขันอาจสร้างรูปเกมที่มีสองหน้าอยู่พอสมควร
ฟอร์ม 5 เกมหลังสุดของ แมนฯซิตี้
- 13/09/26 ชนะ แมนฯยู 1-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
- 09/09/26 ชนะ ปอร์โต้ 2-0 (เยือน) ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
- 05/09/26 ชนะ โคเวนทรี่ ซิตี้ 1-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
- 29/08/26 ชนะ คริสตัล พาเลซ 4-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
- 23/08/26 ชนะ บอร์นมัธ 2-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
ฟอร์มของแมนฯซิตี้ไม่มีอะไรให้ต้องอ้อมค้อม ชนะ 5 นัดติดต่อกัน ยิง 10 ประตู และเสียเพียง 2 ลูก
แต่สิ่งที่ผมชอบมากกว่าตัวเลขชนะรวดคือวิธีที่พวกเขาเอาตัวรอดจากเกมหลายรูปแบบ
เกมกับแมนฯยูจบเพียง 1-0 เกมกับปอร์โต้ชนะ 2-0 ขณะที่นัดเจอพาเลซกลับเปิดมากจนจบ 4-1 นั่นแปลว่าทีมไม่ได้จำเป็นต้องเล่นฟุตบอลแบบเดียวเพื่อให้ได้ผลการแข่งขัน
ตรงนี้มีความหมายเวลาคนอ่าน ทีเด็ดบอล หรือบทพรีวิวก่อนเกม เพราะการเห็นทีมชนะ 5 นัดติดอย่างเดียวอาจยังบอกไม่หมด คำถามที่ดีกว่าคือ พวกเขาชนะได้กี่รูปแบบ
สำหรับแมนฯซิตี้ คำตอบคือค่อนข้างหลากหลาย
ฟอร์ม 5 เกมหลังสุดของ นอริช
- 12/09/26 แพ้ มิดเดิ้ลสโบรช์ 3-4 (เยือน) แชมเปี้ยนชิพ
- 10/09/26 ชนะ เบอร์มิงแฮม 2-1 (เยือน) แชมเปี้ยนชิพ
- 05/09/26 ชนะ เชฟฯยู 3-1 (เยือน) แชมเปี้ยนชิพ
- 02/09/26 แพ้ สโต๊ค 0-1 (เยือน) แชมเปี้ยนชิพ
- 29/08/26 ชนะ เบิร์นลี่ย์ 4-1 (เหย้า) แชมเปี้ยนชิพ
นอริชเองไม่ได้อยู่ในช่วงแย่ ชนะ 3 จาก 5 นัดล่าสุด และยิงถึง 12 ประตูจากช่วงดังกล่าว
ปัญหาคือพวกเขาเสียไป 8 ลูกเช่นกัน
เกมล่าสุดที่แพ้มิดเดิ้ลสโบรช์ 3-4 เป็นภาพย่อของทีมชุดนี้ได้ดีพอสมควร เกมรุกมีประตูให้เห็น แต่เมื่อการแข่งขันเปิดและระยะห่างระหว่างตำแหน่งเริ่มมากขึ้น เกมรับก็มีพื้นที่ให้คู่แข่งเข้าโจมตี
ดังนั้น หากเห็นเพียง ทีเด็ดผลบอล ที่อ้างว่านอริชยิงเยอะแล้วสรุปว่าจะสร้างปัญหาให้แมนฯซิตี้ได้แน่นอน ผมคิดว่ายังเร็วไป
อีกด้านของข้อมูลคือพวกเขาก็เสียประตูค่อนข้างง่าย และการเปิดพื้นที่แบบเดียวกับที่เกิดขึ้นในเกมล่าสุดอาจมีต้นทุนสูงกว่ามาก เมื่อฝั่งตรงข้ามมีตัวรุกระดับแมนฯซิตี้
สภาพความพร้อม แมนฯซิตี้
ประเด็นหลักใน ข่าวฟุตบอล ฝั่งแมนฯซิตี้คือการไม่มี ฟิล โฟเด้น ซึ่งติดโทษแบนจากใบแดงในเกมลีกล่าสุด ขณะที่ เฌเรมี่ โดกู ยังเป็นผู้เล่นบาดเจ็บที่หมดสิทธิ์ช่วยทีม
เอ็นโซ่ มาเรสก้า ถูกคาดว่าจะใช้ระบบ 4-2-3-1 โดยมี เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า ส่วน อิลิมาน เอ็นดิอาย รับบทตัวเชื่อมเกมอยู่ด้านหลัง
ผู้เล่นหมดสิทธิ์
ติดโทษแบน
ฟิล โฟเด้น
บาดเจ็บ
เฌเรมี่ โดกู
คาดการณ์ 11 ตัวจริง แมนฯซิตี้
ระบบ 4-2-3-1
เจโรนิโม่ รูญี่ – ริโก้ ลูอิส, อับดูโคดีร์ คูซานอฟ, วิตอร์ ไรส์, รายาน ไอต์-นูรี่ – อายยู้บ บูอัดดี้, นิโก้ โอเรลลี่ – อัลลาน, อิลิมาน เอ็นดิอาย, อ็องตวน เซเมนโย่ – เออร์ลิ่ง ฮาลันด์
จากรายชื่อที่ต้นฉบับคาดการณ์ สิ่งที่ผมจะมองก่อนเลยไม่ใช่ฮาลันด์ แต่เป็นแดนกลาง
เหตุผลคือทีมชุดนี้มีการเปลี่ยนองค์ประกอบหลายตำแหน่ง ถ้าสองมิดฟิลด์สามารถรับบอลจากแนวรับแล้วพาทีมผ่านการกดดันชุดแรกของนอริชได้ แมนฯซิตี้จะมีโอกาสดันเกมเข้าไปอยู่รอบกรอบเขตโทษได้ต่อเนื่อง
แต่ถ้าการเชื่อมบอลยังติด ๆ ขัด ๆ การมีฮาลันด์อยู่หน้าเป้าก็ไม่ได้หมายความว่าทีมจะสร้างโอกาสง่ายตั้งแต่นาทีแรก
สภาพความพร้อม นอริช
ฝั่ง ข่าวกีฬาฟุตบอล ของนอริช มีผู้เล่นบาดเจ็บสามรายตามข้อมูลต้นฉบับ ได้แก่ อาลี อาห์เมด, ลูเซียน มาโฮโว่ และ เมียร์โก โตปิช
ฟิลิปเป้ เกลอม็องต์ มีแนวโน้มใช้ 4-4-2 โดยวาง มาธิอาส ควิสต์การ์เด้น กับ ออส์ก้าร์ ชวาร์เตา เป็นคู่กองหน้า และให้ เจค็อบ ไรจ์ท ช่วยควบคุมพื้นที่ตรงกลาง
คาดการณ์ 11 ตัวจริง นอริช
ระบบ 4-4-2
แดเนี่ยล กริมชอว์ – แจ็ค สเตซี่ย์, รอรี่ แม็กคอนวิลล์, บรูโน่ อัลเวส, ดาร์ลิน ยองวา – อันเดร บรู๊คส์, เจค็อบ ไรจ์ท, เพลเล่ มัตต์สสัน, แอนโธนี่ มูซาบา – มาธิอาส ควิสต์การ์เด้น
หมายเหตุ: รายชื่อ 11 ตัวจริงในต้นฉบับที่ให้มาระบุผู้เล่นเพียง 10 คน แม้เนื้อหาก่อนหน้าจะกล่าวถึง ออส์ก้าร์ ชวาร์เตา ว่ามีโอกาสเล่นคู่กับควิสต์การ์เด้น ผมจึงไม่เติมชื่อลงไปในชุดตัวจริงเองเพื่อไม่เปลี่ยนข้อมูลต้นฉบับ
สิ่งที่นอริชต้องระวังคือระยะระหว่างมิดฟิลด์สี่คนกับแนวรับ หากสองกองกลางขยับขึ้นไปเพรสพร้อมกันแล้วถูกแมนฯซิตี้เล่นบอลผ่าน พื้นที่หน้าเซ็นเตอร์จะเปิดทันที
ทีมจากแชมเปี้ยนชิพอาจรับมือเกมทางกายภาพได้ดี แต่การเจอทีมที่มีผู้เล่นสลับตำแหน่งตลอดเวลาเป็นโจทย์อีกแบบหนึ่ง

แมนฯซิตี้ vs นอริช : เกมนี้วัดกันตรงไหน?
ถ้าจะทำ ทรรศนะบอล คู่นี้ให้มีอะไรมากกว่าคำว่า “เจ้าบ้านเหนือกว่า” ผมคิดว่ามีสามพื้นที่ที่ต้องจับตา
1. แมนฯซิตี้ชุดโรเตชั่นจะต่อบอลเร็วพอหรือไม่
นี่เป็นคำถามแรกของเกม
แมนฯซิตี้อาจมีคุณภาพผู้เล่นเหนือกว่า แต่ฟุตบอลถ้วยมักมีปัญหาอย่างหนึ่ง คือผู้เล่นที่ไม่ได้ลงพร้อมกันบ่อยอาจใช้เวลาหาจังหวะของกันและกัน
ถ้าการหมุนบอลช้า นอริชจะมีเวลาถอยกลับไปจัด 4-4-2 เป็นสองไลน์ และพื้นที่ระหว่างแนวจะลดลง
แต่ถ้าเจ้าบ้านสามารถเล่นหนึ่งหรือสองจังหวะผ่านแดนกลางได้ ความต่างด้านคุณภาพเฉพาะตัวจะเริ่มชัดขึ้นทันที
2. นอริชจะปิดพื้นที่หน้าเขตโทษได้นานแค่ไหน
ผมมองว่านี่เป็นจุดที่อันตรายที่สุดสำหรับทีมเยือน
แมนฯซิตี้ไม่ได้จำเป็นต้องเปิดบอลหาฮาลันด์ทุกครั้ง พวกเขาสามารถใช้ตัวรุกที่ยืนระหว่างไลน์ รับบอลแล้วหันหน้าเข้าหากรอบเขตโทษได้
ถ้านอริชปล่อยให้สถานการณ์แบบนี้เกิดบ่อย เซ็นเตอร์จะต้องออกมาชน และทันทีที่มีคนหลุดตำแหน่ง พื้นที่ด้านหลังก็จะตามมา
3. จังหวะสวนกลับคือโอกาสดีที่สุดของนอริช
ในอีกด้านหนึ่ง ทีมเยือนไม่จำเป็นต้องครองบอลสูสีกับแมนฯซิตี้จึงจะสร้างปัญหาได้
หากเจ้าบ้านดันฟูลแบ็กสูงแล้วเสียบอลตรงกลาง พื้นที่ริมเส้นจะมีให้เล่น
สิ่งที่นอริชต้องทำให้ได้คือบอลแรกหลังแย่งบอล ต้องเร็วและแม่น เพราะหากใช้เวลาหลายจังหวะ แมนฯซิตี้จะถอยกลับเข้าทรงก่อน และโอกาสนั้นแทบหายไปทันที
จุดชี้ขาด : ประตูแรกอาจกำหนดหน้าตาของทั้งเกม
สำหรับผม จุดสำคัญที่สุดของ คู่บอล นี้คือประตูแรก
ถ้าแมนฯซิตี้ยิงได้ตั้งแต่ช่วงต้น งานของนอริชจะยากขึ้นแบบทวีคูณ เพราะทีมเยือนจะไม่สามารถตั้งรับลึกตลอดเกมได้อีกต่อไป
เมื่อจำเป็นต้องขยับเส้นกองกลางขึ้น พื้นที่ระหว่างแนวก็จะเพิ่ม และนั่นคือพื้นที่ที่เจ้าบ้านต้องการ
แต่ถ้าผ่าน 25-30 นาทีแรกแล้วยัง 0-0 ภาพจะต่างออกไป
แมนฯซิตี้ชุดโรเตชั่นอาจเริ่มรู้สึกถึงความกดดันมากขึ้น ขณะที่นอริชจะมั่นใจว่าระบบรับของตัวเองสามารถต้านได้
นี่จึงเป็นเกมที่ผมให้ความสำคัญกับ “เวลาเกิดประตู” มากพอ ๆ กับว่าใครเป็นคนยิง
รูปเกมที่คาด : แมนฯซิตี้ครองบอล นอริชรอช่วงเปลี่ยนเกม
ภาพที่ผมคาดคือเจ้าบ้านจะเป็นฝ่ายถือบอลมากกว่าตั้งแต่ต้น
นอริชไม่น่าจะเปิดหน้าเพรสสูงตลอดเวลา เพราะหากเพรสไม่ถึงบอล ช่องว่างด้านหลังจะใหญ่เกินไป การยืนบล็อกกลางแล้วรอจังหวะเสียบอลของแมนฯซิตี้น่าจะเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลกว่า
ช่วง 15-20 นาทีแรกจึงอาจไม่ได้เปิดมากอย่างที่ชื่อชั้นสองทีมทำให้รู้สึก
แต่ยิ่งเวลาผ่านไป หากเจ้าบ้านสามารถดันเกมเข้าไปอยู่ในแดนนอริชได้ต่อเนื่อง การรับเป็นเวลานานย่อมกินพลัง และความผิดพลาดเล็ก ๆ จะเริ่มเกิดขึ้น
ส่วนทีมเยือนต้องพยายามทำให้ทุกครั้งที่ได้สวนมีความหมาย ไม่ว่าจะเป็นการพาบอลไปเรียกฟาวล์ เก็บลูกตั้งเตะ หรืออย่างน้อยดันแนวทีมขึ้นมาเพื่อให้เกมรับได้พัก
นี่เป็นรายละเอียดที่ผมคิดว่ามีประโยชน์กว่าการอ่านคำว่า บอลเด็ดวันนี้ แล้วดูเฉพาะผลปลายทาง เพราะมันบอกด้วยว่าการแข่งขันมีโอกาสเดินไปถึงผลนั้นอย่างไร
แมนฯซิตี้ต่อ 2.5 ตลาดกำลังเชื่ออะไรในทีมชุดโรเตชั่น
แมนฯซิตี้ถูกตั้งราคาเป็นฝ่ายต่อ 2.5
หากมองในเชิงการ ดูราคาบอล ตัวเลขนี้สะท้อนชัดว่าตลาดให้เครดิตความต่างด้านคุณภาพทีมและความได้เปรียบจากการเล่นที่เอติฮัดค่อนข้างสูง
แต่สิ่งที่ต้องแยกให้ออกคือ “ทีมเหนือกว่า” กับ “ชนะด้วยระยะห่างมาก” ไม่ใช่คำเดียวกัน
แมนฯซิตี้อาจควบคุมเกมได้มากกว่าอย่างชัดเจน แต่หากใช้ทีมชุดผสมแล้วจังหวะเข้าทำไม่ต่อเนื่อง ความต่างบนสกอร์อาจไม่ได้ขยายเร็วตามระดับการครองบอล
ในทางกลับกัน หากประตูแรกเกิดเร็ว นอริชต้องเปิดเกมมากขึ้น และพื้นที่ก็จะเพิ่มตามมา ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ทำให้เกมมีโอกาสขยายระยะห่างได้มากกว่าเดิม
เพราะฉะนั้น เวลามองราคาลักษณะนี้ ผมจะถามก่อนว่า รูปเกมเอื้อต่อการสร้างประตูต่อเนื่องหรือไม่ มากกว่าจะดูแค่ชื่อทีมแล้วสรุปจากตัวเลขราคา
สกอร์สูง 3.75 ต้องอาศัยเกมแบบไหนถึงจะไปถึง
แนวทางสกอร์สูงที่ 3.75 ซึ่งถือเป็นเส้นจำนวนประตูที่ค่อนข้างสูง
ถ้าย้อนดูฟอร์ม นอริชมีเกมที่เปิดบ่อย ทั้งชนะเบิร์นลี่ย์ 4-1, เชฟฯยู 3-1 และล่าสุดแพ้มิดเดิ้ลสโบรช์ 3-4 ขณะที่แมนฯซิตี้เองยิงรวม 10 ประตูจาก 5 เกมหลัง
จึงพอเข้าใจได้ว่าทำไมการคาดการณ์ สกอร์บอล ของเกมนี้ถึงออกมาในภาพที่มีหลายประตู
อย่างไรก็ตาม ตัวแปรสำคัญที่สุดยังเป็นประตูแรกเหมือนเดิม
หากสกอร์ 0-0 อยู่นาน นอริชไม่มีเหตุผลที่จะทิ้งโครงสร้างเกมรับ และแมนฯซิตี้เองก็ไม่จำเป็นต้องเร่งจังหวะทุกครั้ง
แต่หากมีประตูเร็ว เกมจะเปลี่ยนทันที เพราะฝ่ายตามต้องขยับขึ้น แล้วพื้นที่สำหรับการโจมตีจะมากขึ้น
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการ วิเคราะห์ผลบอล ไม่ควรดูค่าเฉลี่ยจำนวนประตูอย่างเดียว แต่ต้องถามต่อว่ารูปแบบของเกมมีเงื่อนไขอะไรที่จะทำให้ตัวเลขนั้นเกิดขึ้นจริง
มุมมองส่งท้าย แมนซิตี้ พบ นอริช
เมื่อเทียบกันทั้งฟอร์ม คุณภาพขุมกำลัง และความได้เปรียบจากการเล่นในบ้าน แมนฯซิตี้มีองค์ประกอบที่พร้อมกว่าชัดเจน
ชนะมา 5 เกมติด เกมรับเสียเพียงสองประตู และถึงจะมีการโรเตชั่น แต่รายชื่อที่คาดการณ์ก็ยังมีผู้เล่นที่สร้างความแตกต่างได้อยู่หลายตำแหน่ง
ฝั่งนอริชมีสิ่งที่น่าสนใจตรงเกมรุก พวกเขายิงได้เยอะในช่วงหลัง และไม่ได้เป็นทีมที่รอแพ้อย่างเดียว
แต่โจทย์ใหญ่คือแนวรับ
การเสียสี่ประตูในเกมล่าสุด รวมถึงภาพรวมที่เสีย 8 ลูกจาก 5 เกม เป็นสัญญาณว่าหากเกมหลุดจากโครงสร้าง ทีมมีโอกาสเสียพื้นที่ค่อนข้างมาก
ถ้ามองในฐานะบท วิเคราะห์บอลวันนี้ มากกว่าการอ่านชื่อทีมแล้วเลือกผลทันที ผมจะให้น้ำหนักกับสามเรื่องเป็นพิเศษ คือคุณภาพแดนกลางของแมนฯซิตี้ชุดโรเตชั่น, ความสามารถของนอริชในการปิดพื้นที่หน้าเขตโทษ และเวลาที่ประตูแรกเกิดขึ้น
ส่วนคนที่ติดตาม ข่าวกีฬา และ ข่าวฟุตบอล ก่อนเริ่มเกม ควรดูรายชื่อจริงอีกครั้ง เพราะเกมฟุตบอลถ้วยเป็นหนึ่งในรายการที่การเปลี่ยนผู้เล่นเพียง 2-3 ตำแหน่งสามารถทำให้ภาพการแข่งขันต่างจากที่ประเมินล่วงหน้าได้มาก
จุดที่ต้องจับตา : แมนฯซิตี้จะเจาะบล็อก 4-4-2 ได้เร็วแค่ไหน
คีย์แมน แมนฯซิตี้ : เออร์ลิ่ง ฮาลันด์
คีย์แมน นอริช : มาธิอาส ควิสต์การ์เด้น
จุดเปลี่ยนของเกม : นอริชสามารถรักษาสกอร์ในช่วง 20-30 นาทีแรก
แนวโน้มรูปเกม : เจ้าบ้านครองพื้นที่มากกว่า ทีมเยือนรอเปลี่ยนจังหวะ
คาดการณ์ผลการแข่งขัน : แมนฯซิตี้ 3-1 นอริช