รายการ : ยูโรป้า ลีก รอบลีกเฟส
สนาม : ล็อตโต้ ปาร์ค
เวลา : 02.00 น.
ราคาก่อนเกม : ลียง ต่อ ปป.
ถ้ามองแค่ชื่อชั้น ลียงอาจดูเหนือกว่าเล็กน้อย แต่เกมที่ล็อตโต้ ปาร์คไม่น่าจะง่ายแบบนั้น เพราะอันเดอร์เลชท์กำลังมีช่วงเวลาที่ดี โดยเฉพาะผลงานในฟุตบอลยุโรปที่ชนะมา 5 นัดติดต่อกัน
นี่จึงเป็นอีก คู่บอล ที่น่าสนใจตรงความต่างของสไตล์ เจ้าบ้านมีความมั่นใจสูงและเล่นในบ้านได้แข็งแรง ส่วนลียงมีคุณภาพรายบุคคล ประสบการณ์ และตัวเลือกในแดนกลางที่น่าจะช่วยให้ทีมคุมจังหวะได้มากกว่า
สำหรับการ วิเคราะห์บอล ยูโรป้า ลีก คู่นี้ ผมไม่ได้มองแค่คำถามว่าใครมีผู้เล่นดีกว่า แต่สนใจมากกว่าว่า อันเดอร์เลชท์จะใช้ความกว้างของ 4-3-3 เจาะพื้นที่ด้านข้างของลียงได้หรือไม่ และทีมเยือนจะใช้จำนวนผู้เล่นตรงกลางบังคับให้เจ้าบ้านเสียรูปเกมได้มากแค่ไหน
ตรงนี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของเกมทั้งหมด
ผลการพบกันของ อันเดอร์เลชท์ VS. ลียง
- 17/07/22 อันเดอร์เลชท์ ชนะ ลียง 3-0
- 26/08/09 อันเดอร์เลชท์ แพ้ ลียง 1-3
- 20/08/09 ลียง ชนะ อันเดอร์เลชท์ 5-1
- 29/07/04 ลียง เสมอ อันเดอร์เลชท์ 1-1
- 26/11/03 อันเดอร์เลชท์ ชนะ ลียง 1-0
- 18/09/03 ลียง ชนะ อันเดอร์เลชท์ 1-0
ถ้ามองจาก สกอร์บอล ในอดีต การเจอกันของสองทีมไม่ได้เอียงไปด้านใดด้านหนึ่งแบบชัดเจน มีทั้งเกมที่ลียงชนะขาด และเกมที่อันเดอร์เลชท์เป็นฝ่ายทำได้ดีกว่า
อย่างไรก็ตาม สถิติเหล่านี้ต้องอ่านอย่างระมัดระวัง
เกมล่าสุดเกิดขึ้นในปี 2022 ส่วนอีกหลายครั้งย้อนกลับไปถึงช่วงปี 2003-2009 นักเตะ โค้ช และรูปแบบการเล่นแทบไม่มีความเกี่ยวข้องกับทีมชุดปัจจุบันแล้ว
ดังนั้น หากจะ วิเคราะห์ผลบอล เกมนี้ ผมให้น้ำหนักกับฟอร์มและแท็กติกปัจจุบันมากกว่าเฮดทูเฮดเก่า
ฟอร์ม 5 นัดล่าสุดในยูโรป้า ลีก
อันเดอร์เลชท์
- 28/08/26 ชนะ ไครัต อัลมาตี้ 3-0 (เหย้า)
- 20/08/26 ชนะ ไครัต อัลมาตี้ 3-0 (เยือน)
- 14/08/26 ชนะ พีเอโอเค 3-2 (เหย้า)
- 07/08/26 ชนะ พีเอโอเค ซาโลนิก้า 1-0 (เยือน)
- 31/07/26 ชนะ ฮัมมาร์บี้ 3-1 (เหย้า)
ตัวเลขของอันเดอร์เลชท์ในรายการนี้โดดเด่นมาก
ชนะ 5 นัดรวด ยิง 13 ประตู และเสียเพียง 3 ลูก
ที่สำคัญไม่ได้มีแค่เกมในบ้าน เพราะพวกเขาสามารถบุกชนะทั้งพีเอโอเคและไครัต อัลมาตี้ได้ด้วย
ผมมองว่าความต่อเนื่องตรงนี้มีผลต่อเกมมากกว่าสถิติทั่วไป เพราะฟุตบอลยุโรปต้องอาศัยความมั่นใจพอสมควร เมื่อทีมรู้ว่าระบบที่ใช้อยู่สามารถพาผ่านเกมแบบนี้มาได้หลายครั้ง นักเตะก็กล้าตัดสินใจมากขึ้น
โดยเฉพาะเวลาลงเล่นที่ล็อตโต้ ปาร์ค
สามเกมยุโรปในบ้านล่าสุด อันเดอร์เลชท์ยิงอย่างน้อย 3 ประตูทุกนัด นี่คือ สกอร์บอล ที่สะท้อนว่าพวกเขาไม่ได้เล่นในบ้านเพื่อรอรับอย่างเดียว แต่พร้อมเดินเกมใส่คู่แข่งด้วย
ลียง
- 20/03/26 แพ้ เซลต้า บีโก้ 0-2 (เหย้า)
- 13/03/26 เสมอ เซลต้า บีโก้ 1-1 (เยือน)
- 30/01/26 ชนะ พีเอโอเค 4-2 (เหย้า)
- 23/01/26 ชนะ ยัง บอยส์ 1-0 (เยือน)
- 12/12/25 ชนะ โก อเฮด อีเกิ้ลส์ 2-1 (เหย้า)
ลียงเองมีพื้นฐานในรายการนี้ค่อนข้างดี ชนะ 3 จาก 5 นัดล่าสุด แม้สองเกมหลังกับเซลต้า บีโก้จะไม่สามารถเก็บชัยชนะได้
สิ่งที่เห็นจากชุดผลการแข่งขันนี้คือทีมจากฝรั่งเศสสามารถเล่นได้หลายแบบ
พวกเขาเคยชนะเกมเปิดอย่าง 4-2 และก็สามารถบุกไปเล่นรัดกุมจนชนะยัง บอยส์ 1-0 ได้
ดังนั้นประสบการณ์ของลียงน่าจะเป็นอีกตัวแปรสำคัญ เพราะเกมนี้ไม่จำเป็นต้องชนะด้วยการบุกเต็มกำลังตั้งแต่นาทีแรก พวกเขาสามารถเลือกจังหวะของตัวเองได้
ฟอร์ม 5 นัดล่าสุดของ อันเดอร์เลชท์
- 12/09/26 ชนะ เมเคเลน 1-0 (เยือน) โปร ลีก เบลเยียม
- 07/09/26 เสมอ ราซิ่ง เกงค์ 0-0 (เหย้า) โปร ลีก เบลเยียม
- 04/09/26 ชนะ คอร์ไทรค์ 1-0 (เหย้า) โปร ลีก เบลเยียม
- 31/08/26 แพ้ ยูนิโอน แซงต์ ชิลลัวส์ 0-3 (เยือน) โปร ลีก เบลเยียม
- 28/08/26 ชนะ ไครัต อัลมาตี้ 3-0 (เหย้า) ยูโรป้า ลีก
อันเดอร์เลชท์ชนะถึง 3 จาก 5 เกมล่าสุด และถ้ามองเฉพาะสามนัดหลัง พวกเขายังไม่เสียประตูเลย
จุดที่ผมชอบคือหลังจากแพ้ยูนิโอน แซงต์ ชิลลัวส์ 0-3 ทีมตอบสนองได้ดีมาก ไม่ได้ปล่อยให้ความพ่ายแพ้นัดนั้นกลายเป็นปัญหาต่อเนื่อง
สามเกมถัดมาเก็บคลีนชีตทั้งหมด
ถ้าติดตาม ข่าวฟุตบอล ของทีมก่อนเกม สิ่งที่ต้องจับตามากกว่าผลการแข่งขันคือจำนวนผู้เล่นแนวรับที่มีปัญหา เพราะแม้ผลงานเกมรับกำลังดี แต่อันเดอร์เลชท์ก็ไม่ได้มีขุมกำลังสมบูรณ์เต็มร้อย
นี่เป็นจุดที่อาจถูกทดสอบหนักขึ้นเมื่อคู่แข่งเปลี่ยนจากทีมในประเทศมาเป็นลียง
ฟอร์ม 5 นัดล่าสุดของ ลียง
- 13/09/26 เสมอ ปารีส แอฟเซ 0-0 (เยือน) ลีก เอิง
- 05/09/26 ชนะ โอแซร์ 3-1 (เหย้า) ลีก เอิง
- 30/08/26 เสมอ เลอ อาฟร์ 1-1 (เหย้า) ลีก เอิง
- 27/08/26 แพ้ เฟเนร์บาห์เช่ 1-2 (เหย้า) แชมเปี้ยนส์ ลีก
- 23/08/26 ชนะ ตูลูส 2-0 (เยือน) ลีก เอิง
ลียงอาจไม่ได้มีผลงานหวือหวาเท่าฝั่งเจ้าบ้าน แต่ภาพรวมถือว่าค่อนข้างนิ่ง
5 นัดหลังแพ้เพียงเกมเดียว และเกมเยือนล่าสุดก็สามารถรักษาคลีนชีตจากปารีส แอฟเซได้
ถ้ามองผ่านมุม ข่าวกีฬา จุดที่น่าสนใจของลียงช่วงนี้คือทีมกำลังอยู่ในช่วงปรับโครงสร้างเกมรุก หลังเสียมาลิค โฟฟาน่าออกจากทีม และต้องหาวิธีเติมความอันตรายทางฝั่งซ้ายกลับมา
อย่างไรก็ตาม ตัวหลักหลายรายยังอยู่ครบ โดยเฉพาะตรงกลาง
ตรงนี้สำคัญ เพราะถ้ามองในมุม วิเคราะห์บอลลีก ลียงมาจากการแข่งขันในลีก เอิงที่ต้องเจอทั้งทีมเพรสสูง ทีมเล่นรับลึก และคู่แข่งที่มีความเร็วสูงเป็นประจำ ประสบการณ์ลักษณะนี้อาจช่วยให้พวกเขาปรับตัวกับรูปเกมที่ล็อตโต้ ปาร์คได้เร็ว
สภาพความพร้อม อันเดอร์เลชท์
วิตอร์ บรูโน่มีปัญหาผู้เล่นอยู่หลายตำแหน่ง
ลูคัส เฮย์, อิลาย กามาร่า และคิลเลียน ซาร์เดลล่า ยังมีอาการบาดเจ็บเดิม ขณะที่ ฌูเลี่ยน เบียงโคเน่ ต้องเช็กความพร้อม หลังถูกเปลี่ยนออกจากเกมกับเมเคเลนเพราะมีปัญหาบริเวณต้นขา
อีกคนคือ อิเลียส คูตซูเปียส ซึ่งไม่สามารถลงเล่นในยูโรป้า ลีกได้ เนื่องจากไม่มีชื่ออยู่ในโควตาทีมชุดยุโรป
จากข้อมูลที่มี เจ้าบ้านน่าจะใช้ระบบ 4-3-3
สามประสานด้านหน้าคือ โอลิเวอร์ แอนท์แมน, เตาฟีก เบนตายิบ และดานีโล่ ซิกัน
สิ่งที่ผมคิดว่าน่าสนใจคือแอนท์แมน เพราะรูปแบบ 4-3-3 ของอันเดอร์เลชท์ต้องการผู้เล่นริมเส้นที่กล้าพาบอลเข้าหาคู่แข่ง ถ้าเขาสามารถสร้างสถานการณ์หนึ่งต่อหนึ่งได้บ่อย ลียงจะถูกบังคับให้ขยับผู้เล่นจากตรงกลางออกมาช่วย
และตรงนั้นอาจเปิดพื้นที่ให้เบนตายิบหรือผู้เล่นจากแถวสองตามเข้ามา
คาดการณ์ 11 ตัวจริง อันเดอร์เลชท์
ระบบ 4-3-3
คอลิน คูเซมันส์ – อาลี มามาร์, แอนดรูว์ โอโมบามิเดเล่, เลโอ เปโตรต์, ลุดวิก ออกุสตินส์สัน – เอนริค ลานซานา, มาร์โค คาน่า, ลูคัส อัมโบรส – โอลิเวอร์ แอนท์แมน, เตาฟีก เบนตายิบ, ดานีโล่ ซิกัน
สภาพความพร้อม ลียง
เปาโล ฟอนเซก้าต้องปรับทีมหลัง มาลิค โฟฟาน่า ย้ายออกไปอยู่กับซันเดอร์แลนด์ ทำให้ตำแหน่งตัวรุกทางซ้ายต้องหาทางเลือกใหม่
ทีมแก้ปัญหาด้วยการคว้า เคโตะ นากามูระ เข้ามาในช่วงท้ายตลาด
ส่วน ยูเลี่ยน ดูรานวิลล์ เพิ่งกลับมาฝึกซ้อมหลังพักรักษาอาการบาดเจ็บ จึงมีแนวโน้มว่าจะยังไม่ถูกเร่งให้ลงเป็นตัวจริงทันที
แนวรุกที่น่าจับตาคือ แอร์เนสต์ นัวมาห์ กับ ลัวส์ โอเปนด้า
โดยเฉพาะโอเปนด้า เพราะการเล่นกับกองหลังที่ต้องดันขึ้นสูงอาจเข้ากับจุดแข็งเรื่องความเร็วและการวิ่งโจมตีช่องของเขา
สำหรับคนติดตาม ข่าวกีฬาฟุตบอล ก่อนเกมนี้ จุดที่น่าสนใจของลียงจึงไม่ใช่จำนวนตัวเจ็บ แต่เป็นการจัดสมดุลของแนวรุกหลังมีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นริมเส้น
คาดการณ์ 11 ตัวจริง ลียง
ระบบ 4-3-1-2
โดมินิค ไกรฟ์ – ซาชารี่ อเตกาเม่, เฟลิกซ์ บาแชร์, มุสซ่า เนียกาเต้, อับเนอร์ วินิซิอุส – แมดส์ บิดสตรุป, ไทเลอร์ มอร์ตัน, โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ – พาเวล ซูลซ์ – แอร์เนสต์ นัวมาห์, ลัวส์ โอเปนด้า
อันเดอร์เลชท์ พบ ลียง : เกมนี้วัดกันที่ตรงไหน?
นี่เป็นส่วนที่ผมว่าน่าสนใจที่สุดของเกม
เพราะระบบที่คาดว่าจะใช้ต่างกันอย่างชัดเจน
อันเดอร์เลชท์เล่น 4-3-3 เน้นความกว้างจากตัวรุกริมเส้น ขณะที่ ลียงใช้ 4-3-1-2 ซึ่งจำนวนผู้เล่นจะหนาแน่นกว่าในพื้นที่ตรงกลาง
พูดง่าย ๆ คือ ทีมหนึ่งอยากขยายสนาม แต่อีกทีมอยากบีบเกมให้เข้ามาอยู่ด้านใน
สำหรับการ วิเคราะห์บอล คู่นี้ ผมจึงให้น้ำหนักกับสามจุดเป็นพิเศษ
1. อันเดอร์เลชท์ต้องใช้ความกว้างทำลายแดนกลางของลียง
ถ้าลียงใช้ 4-3-1-2 จริง จุดแข็งของพวกเขาจะอยู่ตรงกลางสนาม
บิดสตรุป, มอร์ตัน และโตลิสโซ่สามารถช่วยกันปิดพื้นที่ ขณะที่ซูลซ์ยืนสูงกว่าขึ้นมาอีกหนึ่งตำแหน่ง
ถ้าอันเดอร์เลชท์พยายามเล่นทะลุตรงกลางตลอด ผมคิดว่าจะเข้าทางทีมเยือน
ทางเลือกที่ดีกว่าคือขยายเกมออกด้านข้าง
ทำให้กองกลางลียงต้องวิ่งออกจากตำแหน่ง แล้วค่อยโจมตีพื้นที่ที่เกิดขึ้นด้านใน
นี่คือเหตุผลว่าทำไมแอนท์แมนและซิกันอาจมีอิทธิพลกับเกมมากกว่าที่ตัวเลขประตูบอก
2. ลียงต้องโจมตีพื้นที่ด้านหลังฟูลแบ็กเจ้าบ้าน
ข้อเสียของการใช้ริมเส้นเยอะคือฟูลแบ็กต้องขยับขึ้นมาสนับสนุน
ถ้าอันเดอร์เลชท์เสียบอลในจังหวะนั้น พื้นที่ด้านหลังจะเปิดทันที
ตรงนี้เหมาะกับโอเปนด้ามาก
ลียงไม่จำเป็นต้องต่อบอลหลายจังหวะ แค่ชนะบอลตรงกลางแล้วส่งบอลเข้าไปยังพื้นที่ว่างเร็วพอ ก็สามารถบังคับให้เซ็นเตอร์เจ้าบ้านต้องวิ่งหันหลังเข้าหาประตูตัวเองได้
สถานการณ์แบบนั้นทีมเยือนได้เปรียบ
3. บอลจังหวะสองอาจสำคัญกว่าการครองบอล
เกมที่มีผู้เล่นหนาแน่นตรงกลางจะเกิดการปะทะเยอะ
บอลแรกอาจไม่ได้ตัดสินอะไร
แต่ทีมที่เก็บ บอลจังหวะสอง ได้มากกว่าจะสามารถต่อเกมบุกได้ทันที โดยไม่ต้องเริ่มสร้างบอลใหม่จากแดนหลัง
ตรงนี้ลียงมีโตลิสโซ่และมอร์ตันที่อ่านพื้นที่ได้ดี ส่วนอันเดอร์เลชท์ได้พลังของลานซานากับคาน่ามาช่วย
ผมคิดว่าตัวเลขครองบอลสุดท้ายอาจไม่ได้บอกว่าใครคุมเกมจริงเท่ากับว่า ใครชนะการแย่งบอลครั้งที่สองได้มากกว่า

จุดชี้ขาด : เกมริมเส้นของเจ้าบ้าน ปะทะพื้นที่ตรงกลางของลียง
ถ้าให้เลือกจุดเดียว ผมเลือกการต่อสู้ระหว่าง “ความกว้าง” กับ “ความหนาแน่นตรงกลาง”
อันเดอร์เลชท์ต้องการลากลียงออกจากโครงสร้าง
หากแอนท์แมนหรือซิกันชนะการดวลริมเส้นได้ ทีมเยือนจะต้องส่งกองกลางหรือกองหน้าต่ำออกมาช่วย และพื้นที่บริเวณหน้าเขตโทษจะเริ่มเปิด
แต่ถ้าลียงสามารถบังคับให้เจ้าบ้านหุบเข้ามาเล่นกลางสนาม เกมจะเปลี่ยนเป็นอีกเรื่อง
เพราะทีมเยือนมีจำนวนผู้เล่นและคุณภาพตรงนั้นมากพอจะควบคุมการแข่งขันได้
ดังนั้นเวลาอ่าน ทรรศนะบอล เกมนี้ ผมจะไม่เริ่มจากว่าใครยิงประตูมากกว่า แต่จะดูว่าใครสามารถบังคับ “พื้นที่การแข่งขัน” ให้เป็นแบบที่ตัวเองต้องการได้ก่อน
รูปเกมที่คาด : อันเดอร์เลชท์เริ่มแรง ก่อนลียงพยายามดึงเกมกลับมาตรงกลาง
ผมคาดว่าอันเดอร์เลชท์จะเริ่มเกมด้วยความมั่นใจ
ชัยชนะ 5 นัดรวดในยูโรป้า ลีกช่วยให้พวกเขาไม่มีเหตุผลต้องกลัวทีมเยือน และเสียงเชียร์ในล็อตโต้ ปาร์คน่าจะผลักให้เจ้าบ้านเร่งเกมในช่วงแรก
มีโอกาสเห็นการขึ้นบอลออกด้านข้างค่อนข้างบ่อย
แต่หลังผ่านช่วงแรก ผมคิดว่าลียงจะเริ่มพยายามลดความเร็วของเกม
ทีมเยือนน่าจะใช้ผู้เล่นตรงกลางเก็บบอลให้นานขึ้น ไม่ปล่อยให้เกมวิ่งขึ้นลงตามที่เจ้าบ้านต้องการ แล้วรอใช้การเปลี่ยนจังหวะเร็วโจมตีช่องด้านหลัง
ดังนั้นช่วง 20-30 นาทีแรก จะบอกอะไรเราได้เยอะ
ถ้าอันเดอร์เลชท์สร้างโอกาสจากริมเส้นได้ต่อเนื่อง เกมจะกดดันลียงมากขึ้นเรื่อย ๆ
แต่ถ้าทีมเยือนผ่านช่วงนี้ไปโดยไม่เสียรูป ลียงมีโอกาสค่อย ๆ ดึงเกมกลับมาอยู่ในจังหวะของตัวเอง
หากเจอคอนเทนต์ประเภท ทีเด็ดบอล หรือ ทีเด็ดผลบอล ก่อนเกม ผมคิดว่าควรอ่านเหตุผลเชิงแท็กติกตรงนี้ประกอบมากกว่าดูเพียงผลสรุป เพราะเกมนี้มีรายละเอียดที่สามารถเปลี่ยนทิศทางได้ระหว่างการแข่งขัน
จากรูปเกมสู่ราคาบอล : อันเดอร์เลชท์ พบ ลียง ตลาดกำลังประเมินอะไร?
ราคาก่อนเกมเปิดให้ ลียง ต่อ ปป
ตัวเลขนี้น่าสนใจ เพราะไม่ได้มองว่าทีมเยือนเหนือกว่าแบบขาดลอย
ในทางหนึ่ง ตลาดให้เครดิตคุณภาพของลียง ทั้งประสบการณ์ในเวทียุโรป คุณภาพรายบุคคล และระดับการแข่งขันในลีก เอิง
แต่อีกด้านก็ยังให้ความสำคัญกับฟอร์มของอันเดอร์เลชท์
เจ้าบ้านชนะในยูโรป้า ลีกมา 5 นัดติด และเล่นที่ล็อตโต้ ปาร์คได้แข็งแกร่ง เพราะฉะนั้นช่องว่างของสองทีมจึงถูกประเมินไว้ค่อนข้างแคบ
เวลา ดูราคาบอล คู่นี้ ผมจึงคิดว่าคำถามสำคัญไม่ใช่ “ทำไมลียงเหนือกว่า” เพราะตอบได้ไม่ยาก
คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ ลียงมีรูปเกมมากพอจะเปลี่ยนความเหนือกว่าบนกระดาษให้เกิดขึ้นจริงในสนามหรือไม่
หากทีมเยือนเก็บบอลตรงกลางได้ คุมจังหวะสอง และไม่ปล่อยให้ตัวริมเส้นของเจ้าบ้านสร้างสถานการณ์หนึ่งต่อหนึ่งมากเกินไป ภาพของเกมจะเริ่มสอดคล้องกับความได้เปรียบที่ราคาให้ไว้
แต่ถ้าอันเดอร์เลชท์ใช้ความกว้างดึงระบบของลียงออกจากตำแหน่งได้ เกมอาจสูสีมากกว่าที่ชื่อชั้นของสองทีมบอก
แล้วเส้นประตู 3 ลูกบอกอะไร?
ข้อมูลต้นฉบับระบุเส้นสกอร์รวมอยู่ที่ 3 ประตู
ถ้าดูจากผลงานยุโรปของอันเดอร์เลชท์ ก็พอเข้าใจได้ว่าทำไมตลาดไม่มองเกมนี้เป็นฟุตบอลเน้นรับเต็มตัว
เจ้าบ้านยิง 13 ประตูจาก 5 เกมยูโรป้า ลีกล่าสุด ขณะที่ลียงเองก็มีแนวรุกอย่างนัวมาห์และโอเปนด้าที่สามารถเปลี่ยนพื้นที่ว่างให้เป็นโอกาสยิงได้เร็ว
แต่รูปเกมไม่ได้หมายความว่าจะเปิดตั้งแต่นาทีแรกเสมอ
ถ้าลียงสามารถชะลอเกมและพาบอลกลับมาตรงกลางได้ จำนวนจังหวะบุกอาจลดลง
ในทางกลับกัน ถ้ามีประตูแรกเร็ว โดยเฉพาะหากฝ่ายที่เสียประตูจำเป็นต้องดันเกมขึ้น เกมจะมีพื้นที่มากขึ้นทันที
สำหรับผม ประตูแรกจึงยังเป็นตัวแปรสำคัญของจำนวนประตูในเกมนี้
มุมมองส่งท้าย อันเดอร์เลชท์ พบ ลียง : ทีมหนึ่งมีโมเมนตัม อีกทีมมีคุณภาพในการควบคุมเกม
อันเดอร์เลชท์เข้ามาเล่นเกมนี้ด้วยความมั่นใจเต็มที่
ชนะยูโรป้า ลีกมา 5 นัดรวด เกมรับช่วงหลังก็เหนียวขึ้น และการได้เล่นในล็อตโต้ ปาร์คยิ่งทำให้พวกเขามีเหตุผลจะเดินเกมใส่ลียงตั้งแต่ต้น
แต่ความท้าทายรอบนี้ต่างจากรอบก่อน
ลียงมีประสบการณ์มากกว่า มีมิดฟิลด์ที่สามารถช่วยควบคุมจังหวะ และมีตัวรุกที่อันตรายเมื่อเจอพื้นที่ด้านหลัง
ถ้าเจ้าบ้านเสียสมดุลเพราะดันผู้เล่นขึ้นมากเกินไป ทีมเยือนมีเครื่องมือเพียงพอที่จะลงโทษได้
ในทางกลับกัน ลียงเองก็ต้องระวังเกมด้านข้างของอันเดอร์เลชท์ เพราะระบบ 4-3-1-2 มีโอกาสเสียพื้นที่บริเวณริมเส้น หากมิดฟิลด์ขยับออกมาช่วยไม่ทัน
ดังนั้นในมุม วิเคราะห์บอล ผมมองว่านี่เป็นเกมของ “พื้นที่” มากกว่าชื่อชั้น
ใครสามารถบังคับให้อีกฝ่ายเล่นในบริเวณที่ตัวเองถนัดได้มากกว่า คนนั้นจะเป็นฝ่ายคุมทิศทางการแข่งขัน
จุดที่ต้องจับตา : การดวลริมเส้นของอันเดอร์เลชท์กับแดนกลางของลียง
คีย์แมน อันเดอร์เลชท์ : โอลิเวอร์ แอนท์แมน
คีย์แมน ลียง : โกร็องแต็ง โตลิสโซ่
จุดเปลี่ยนของเกม : การเสียบอลขณะฟูลแบ็กเจ้าบ้านเติมเกม
แนวโน้มรูปเกม : อันเดอร์เลชท์เริ่มด้วยเกมที่เร็ว ก่อนลียงพยายามลดจังหวะและคุมพื้นที่ตรงกลาง
คาดการณ์ผลการแข่งขัน : อันเดอร์เลชท์ 1-2 ลียง
ถ้าลียงรับมือเกมริมเส้นและบรรยากาศช่วงต้นได้ ผมมองว่าคุณภาพในแดนกลางจะช่วยให้ทีมเยือนค่อย ๆ มีอิทธิพลมากขึ้น แต่เกมนี้ไม่น่าจะเป็นงานที่สามารถควบคุมได้ง่ายตั้งแต่นาทีแรก