รายการ : ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก B กลุ่ม 1
สนาม : ฮัมพ์เด้น พาร์ค
เวลา : 01.45 น.
ราคาก่อนเกม : สวิตเซอร์แลนด์ ต่อ 0.5
เส้นประตู : 2.25
เกม สกอตแลนด์ พบ สวิตเซอร์แลนด์ เป็นการเจอกันของสองทีมบนหัวตารางกลุ่ม 1 หลังผ่านเกมเปิดสนาม สกอตแลนด์เก็บหนึ่งแต้มจากการบุกเสมอสโลวีเนีย 0-0 ส่วนสวิตเซอร์แลนด์ออกสตาร์ตแรงกว่าด้วยการบุกชนะนอร์ธ มาซิโดเนีย 3-0
มองผิวเผินอาจเหมือนสวิตเซอร์แลนด์กำลังมาดีกว่า แต่สำหรับผม เกมนี้ไม่ได้อ่านง่ายขนาดนั้น
สกอตแลนด์เพิ่งเริ่มต้นยุคของ เซบาสเตียน โปโกโญลี่ และเกมแรกแม้ไม่มีประตู แต่มีจังหวะเข้าทำให้เห็นพอสมควร ขณะที่การกลับมาเล่นที่ฮัมพ์เด้น พาร์คจะทำให้พวกเขามีเหตุผลเล่นด้วยพลังมากขึ้น ส่วนสวิตเซอร์แลนด์ของ มูรัต ยาคิน ดูลงตัวกว่า โดยเฉพาะเกมรุกที่มี เซกี้ อัมดูนี่ เป็นจุดจบสกอร์
ดังนั้นถ้าจะ วิเคราะห์บอล เนชั่นส์ ลีก คู่นี้ จุดที่ผมสนใจไม่ใช่แค่ทีมไหนครองบอลมากกว่า แต่คือ ใครสามารถพาบอลผ่านแดนกลางแล้วทำให้แนวรับคู่แข่งต้องเสียตำแหน่งได้ก่อน
เฮดทูเฮดมีข้อมูลไม่มาก แต่ครั้งล่าสุดสกอตแลนด์สู้ได้สูสี
- 20/06/24 สกอตแลนด์ เสมอ สวิตเซอร์แลนด์ 1-1
- 02/03/06 สกอตแลนด์ แพ้ สวิตเซอร์แลนด์ 1-3
ข้อมูลการพบกันโดยตรงมีเพียงสองเกมในชุดที่ให้มา จึงยังไม่มากพอให้ใช้เป็นตัวชี้ขาด
อย่างไรก็ตาม สกอร์บอล ครั้งล่าสุดในปี 2024 จบที่ 1-1 แสดงให้เห็นว่าสกอตแลนด์สามารถทำให้เกมกับสวิตเซอร์แลนด์สูสีได้ แม้คุณภาพผู้เล่นของทีมเยือนจะดูดีกว่าในหลายตำแหน่ง
เพราะฉะนั้น การ วิเคราะห์ผลบอล นัดนี้ควรให้น้ำหนักกับระบบปัจจุบันมากกว่าเฮดทูเฮด โดยเฉพาะเมื่อสกอตแลนด์มีการเปลี่ยนกุนซือและกำลังปรับแนวรุกใหม่
ฟอร์มเนชั่นส์ ลีก : สกอตแลนด์ยังเหนียว ส่วนสวิตเซอร์แลนด์เปิดตัวแรง
สกอตแลนด์
- 26/09/26 เสมอ สโลวีเนีย 0-0
- 24/03/25 แพ้ กรีซ 0-3
- 21/03/25 ชนะ กรีซ 1-0
- 19/11/24 ชนะ โปแลนด์ 2-1
- 16/11/24 ชนะ โครเอเชีย 1-0
สกอตแลนด์มีผลงานในรายการนี้ค่อนข้างหลากหลาย แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้คือหลายเกมถูกเล่นในสกอร์ต่ำ พวกเขาเคยชนะกรีซและโครเอเชียด้วย 1-0 ก่อนมาเสมอสโลวีเนีย 0-0 ในเกมล่าสุด
ผมมองว่านี่เป็นภาพที่สอดคล้องกับวิธีเล่นของทีมพอสมควร สกอตแลนด์ไม่จำเป็นต้องเร่งเกมตลอดเวลา แต่พยายามรักษาระยะของทีมให้กระชับ แล้วเลือกช่วงเวลาเติมผู้เล่นเข้าไปในพื้นที่สุดท้าย
สวิตเซอร์แลนด์
- 27/09/26 ชนะ นอร์ธ มาซิโดเนีย 3-0
- 19/11/24 แพ้ สเปน 2-3
- 16/11/24 เสมอ เซอร์เบีย 1-1
- 16/10/24 เสมอ เดนมาร์ก 2-2
- 13/10/24 แพ้ เซอร์เบีย 0-2
สวิตเซอร์แลนด์เปิดตัวรอบนี้ได้ดีที่สุดเท่าที่จะหวัง ด้วยชัยชนะ 3-0 นอกบ้าน
สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่แค่จำนวนประตู แต่คือการที่แนวรุกหลายตำแหน่งมีส่วนกับเกม โดยเฉพาะ เซกี้ อัมดูนี่ ที่ทำ 2 ประตูกับ 1 แอสซิสต์
สำหรับ ฟุตบอลเนชั่นส์ลีก ซึ่งโปรแกรมค่อนข้างกระชั้น การมีกองหน้าที่กำลังมั่นใจถือเป็นข้อได้เปรียบ เพราะทีมไม่ต้องใช้เวลาหลายเกมเพื่อหาวิธีจบสกอร์
สกอตแลนด์ : เกมรับเริ่มเข้าที่ แต่เกมรุกยังต้องหาจังหวะให้คู่หน้า
- 26/09/26 เสมอ สโลวีเนีย 0-0
- 25/06/26 แพ้ บราซิล 0-3
- 20/06/26 แพ้ โมร็อกโก 0-1
- 14/06/26 ชนะ เฮติ 1-0
- 07/06/26 ชนะ โบลิเวีย 4-0
ห้าเกมหลัง สกอตแลนด์ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2
หากมองตัวเลขเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่โดดเด่น แต่สิ่งที่ผมสนใจคือสามจากห้าเกมเสียไม่เกินหนึ่งประตู และเกมล่าสุดเก็บคลีนชีตได้ด้วย
ปัญหาจึงอยู่ข้างหน้าเสียมากกว่า
โปโกโญลี่ต้องทำให้เกมจากแดนกลางไปถึงคู่หน้าเร็วขึ้น เพราะถ้าปล่อยให้ จอห์น แม็คกินน์ เป็นคนเชื่อมทุกอย่างเพียงคนเดียว คู่แข่งสามารถปิดพื้นที่ตรงนี้แล้วบังคับให้สกอตแลนด์ออกบอลด้านข้างได้ง่าย
สำหรับ วิเคราะห์บอลวันนี้ ผมจึงมองว่าประสิทธิภาพของเกมรุกมีความสำคัญกว่าตัวเลขการครองบอล โดยเฉพาะหลังมีแนวโน้มเปลี่ยนหนึ่งตำแหน่งในแดนหน้า
สวิตเซอร์แลนด์ : เกมล่าสุดตอกย้ำว่าอัมดูนี่กำลังเป็นศูนย์กลางแนวรุก
- 27/09/26 ชนะ นอร์ธ มาซิโดเนีย 3-0
- 07/07/26 แพ้ สเปน 0-1
- 03/07/26 ชนะ โครเอเชีย 2-1
- 28/06/26 เสมอ โคลอมเบีย 0-0
- 24/06/26 ชนะ อุซเบกิสถาน 5-0
สวิตเซอร์แลนด์ชนะ 3 จากห้าเกมหลัง เสมอ 1 และแพ้เพียงนัดเดียว
น่าสนใจกว่านั้นคือสามเกมที่ชนะ พวกเขายิงรวมถึง 10 ประตู แสดงให้เห็นว่าหากรูปเกมเข้าทาง แนวรุกสามารถเร่งจังหวะและสร้างระยะห่างได้
แต่ผมไม่คิดว่าเกมที่ฮัมพ์เด้นจะเปิดพื้นที่ง่ายเหมือนบางนัดที่ผ่านมา
สกอตแลนด์มีวิงแบ็กที่พร้อมถอยลงเป็นแนวรับห้าคน ทำให้สวิตเซอร์แลนด์อาจต้องใช้ความอดทนมากขึ้น โดยเฉพาะเวลาพยายามหาพื้นที่ระหว่างเซ็นเตอร์กับวิงแบ็กเจ้าบ้าน
ความพร้อม สกอตแลนด์ : โบวี่มีลุ้นแทนยูเรในแดนหน้า
เกมแรกภายใต้ เซบาสเตียน โปโกโญลี่ จบด้วยผลเสมอสโลวีเนีย 0-0 แม้ไม่มีประตู แต่ทีมสร้างจังหวะเข้าทำได้พอสมควร
ประเด็น ข่าวฟุตบอล ก่อนเกมนี้อยู่ที่ตำแหน่งกองหน้า
ร็อบบี้ ยูเร มีโอกาสหลุดไปเป็นตัวสำรอง หลังเกมล่าสุดยังสร้างผลกระทบในพื้นที่สุดท้ายได้ไม่มาก ขณะที่ คีรอน โบวี่ มีลุ้นถูกส่งลงเล่นร่วมกับ โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่
การเปลี่ยนตรงนี้น่าสนใจ เพราะแม็คเบอร์นี่สามารถช่วยพักบอลและชนกับเซ็นเตอร์ได้ ส่วนโบวี่จะเพิ่มการเคลื่อนที่รอบ ๆ หน้าเป้า ทำให้สกอตแลนด์มีทางเลือกมากกว่าการเปิดบอลเข้าไปตรง ๆ
แดนกลางยังมี ลูอิส เฟอร์กูสัน กับ บิลลี่ กิลมอร์ ขณะที่ จอห์น แม็คกินน์ ยืนอยู่หลังคู่หน้า
11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม สกอตแลนด์
ระบบ 3-4-1-2
แองกัส กันน์ – แจ็ค เฮนดรี่ย์, สก็อตต์ แม็คเคนน่า, สตีเฟ่น เวลช์ – อารอน ฮิคกี้ย์, ลูอิส เฟอร์กูสัน, บิลลี่ กิลมอร์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอห์น แม็คกินน์ – คีรอน โบวี่, โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่
ความพร้อม สวิตเซอร์แลนด์ : อัมดูนี่ฟอร์มร้อน แนวรุกชุดเดิมมีโอกาสได้ไปต่อ
ฝั่งสวิตเซอร์แลนด์แทบไม่มีเหตุผลต้องปรับแนวรุก หลังเปิดรายการด้วยชัยชนะ 3-0
เซกี้ อัมดูนี่ โดดเด่นที่สุดจากผลงานสองประตูกับหนึ่งแอสซิสต์ และมีแนวโน้มยืนหน้าเป้าต่อเนื่อง
สามตัวรุกด้านหลังประกอบด้วย อัลวิน ซานเชส, โยฮัน มานซัมบี้ และ ดาน เอ็นดอย ซึ่งทำให้สวิตเซอร์แลนด์มีทั้งความเร็วริมเส้นและผู้เล่นที่สามารถขยับเข้าพื้นที่ด้านในได้
แดนกลางใช้ อาร์ดอน ยาชารี กับ เรโม่ ฟรอยเลอร์ เป็นคู่คุมจังหวะ
สำหรับผม การมีฟรอยเลอร์ตรงนี้สำคัญ เพราะเขาช่วยให้ทีมรักษาสมดุลเวลาผู้เล่นเกมรุกขยับสูงพร้อมกันหลายคน
11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม สวิตเซอร์แลนด์
ระบบ 4-2-3-1
เกรกอร์ โคเบล – ซาคารี่ อาเธคาเม่, มานูเอล อคานยี่, นิโก้ เอลเวดี้, ริคาร์โด้ โรดริเกซ – อาร์ดอน ยาชารี, เรโม่ ฟรอยเลอร์ – อัลวิน ซานเชส, โยฮัน มานซัมบี้, ดาน เอ็นดอย – เซกี้ อัมดูนี่
สกอตแลนด์ พบ สวิตเซอร์แลนด์ : 3 จุดที่น่าจะตัดสินรูปเกม
ระบบ 3-4-1-2 ของสกอตแลนด์กับ 4-2-3-1 ของสวิตเซอร์แลนด์สร้างคู่ประกบที่น่าสนใจหลายจุด และสำหรับผมมีสามบริเวณที่ควรจับตามากที่สุด
1. แม็คกินน์ต้องหาพื้นที่หลังคู่กลางสวิตเซอร์แลนด์
จอห์น แม็คกินน์ คือคนสำคัญที่สุดของสกอตแลนด์เมื่อต้องเชื่อมบอลจากแดนกลางเข้าสู่พื้นที่สุดท้าย
ถ้าเขารับบอลหลัง ยาชารี กับ ฟรอยเลอร์ได้ สวิตเซอร์แลนด์จะถูกบังคับให้เซ็นเตอร์คนใดคนหนึ่งดันออกมา และพื้นที่สำหรับโบวี่หรือแม็คเบอร์นี่จะเริ่มเปิด
แต่ถ้าทีมเยือนตัดช่องจ่ายถึงแม็คกินน์ได้ สกอตแลนด์อาจต้องย้อนกลับไปพึ่งบอลด้านข้างมากเกินไป
2. โรเบิร์ตสันกับฮิคกี้ย์ต้องเลือกเวลาขึ้นเกมให้แม่น
การมีวิงแบ็กสองฝั่งเป็นอาวุธสำคัญของเจ้าบ้าน แต่ก็เป็นจุดเสี่ยงเหมือนกัน
ถ้า แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน และ อารอน ฮิคกี้ย์ ดันพร้อมกัน แล้วสกอตแลนด์เสียบอล สวิตเซอร์แลนด์จะมีพื้นที่สำหรับ เอ็นดอย หรือซานเชสโจมตีด้านหลังทันที
ตรงนี้ผมมองว่าสกอตแลนด์ไม่ควรเล่นด้วยจังหวะเดียวตลอดเกม บางช่วงอาจต้องให้วิงแบ็กข้างหนึ่งอยู่ต่ำเพื่อช่วยรักษาสามเหลี่ยมเกมรับ
3. เซ็นเตอร์สกอตแลนด์ต้องรับมือการเคลื่อนที่ของอัมดูนี่
อัมดูนี่ไม่ได้เป็นกองหน้าที่รอบอลอยู่ในกรอบอย่างเดียว
เขาสามารถถอยลงมารับบอล เชื่อมกับหมายเลข 10 แล้วค่อยเคลื่อนกลับเข้าเขตโทษได้อีกครั้ง
ถ้าเซ็นเตอร์สกอตแลนด์ตามออกมา พื้นที่ด้านหลังจะเปิด แต่ถ้าปล่อยให้รับบอลง่ายเกินไป สวิตเซอร์แลนด์ก็สามารถหันหน้าเล่นและสร้างเกมต่อได้
นี่จึงเป็นหนึ่งในรายละเอียดสำคัญของ วิเคราะห์ฟุตบอลวันนี้ เพราะเจ้าบ้านต้องตัดสินใจให้ถูกว่าจังหวะไหนควรตาม และจังหวะไหนควรรักษาแนวรับไว้
จุดชี้ขาด : สกอตแลนด์จะทำให้เกมช้าพอได้หรือไม่
ถ้าถามผมว่าจุดไหนสำคัญที่สุด ผมมองว่าอยู่ที่ ความเร็วของเกม
สวิตเซอร์แลนด์มีแนวรุกที่กำลังมั่นใจ และเกมล่าสุดแสดงให้เห็นว่าถ้าได้เล่นด้วยจังหวะต่อเนื่อง พวกเขาสามารถสร้างโอกาสหลายรูปแบบ
สิ่งที่สกอตแลนด์ต้องทำจึงไม่ใช่พยายามเปิดแลก แต่ต้องทำให้การแข่งขันแตกเป็นช่วง ๆ ใช้แดนกลางคุมจังหวะ บังคับให้ทีมเยือนต้องเริ่มสร้างเกมใหม่หลายครั้ง
ถ้ากิลมอร์กับเฟอร์กูสันทำได้ เจ้าบ้านจะพาเกมเข้าสู่พื้นที่ที่ตัวเองถนัดมากขึ้น
แต่หากสวิตเซอร์แลนด์สามารถเล่นผ่านแดนกลางและส่งบอลถึงแนวรุกเร็ว เกมรับสามคนของสกอตแลนด์จะต้องเจอการตัดสินใจต่อเนื่อง และนั่นไม่ใช่สถานการณ์ที่เจ้าบ้านอยากเห็น

รูปเกมที่คาด : สกอตแลนด์เน้นโครงสร้าง สวิตเซอร์แลนด์พยายามเร่งเมื่อเจอช่อง
ผมคาดว่าสกอตแลนด์จะเริ่มเกมอย่างระมัดระวังมากกว่าการเดินหน้าแลกทันที
เจ้าบ้านรู้ว่าความเร็วเกมรุกของสวิตเซอร์แลนด์สามารถสร้างปัญหาได้ จึงน่าจะพยายามให้ระยะระหว่างแผงหลังกับแดนกลางกระชับ แล้วค่อยใช้วิงแบ็กช่วยขึ้นเกมเมื่อมีโอกาส
สวิตเซอร์แลนด์อาจเป็นฝ่ายครองบอลมากกว่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเจาะง่าย เพราะสกอตแลนด์สามารถเปลี่ยนจาก 3-4-1-2 เป็นแนวรับห้าคนได้ทันทีเมื่อไม่มีบอล
ช่วงที่ผมจับตาคือ 20-30 นาทีแรก
ถ้าเจ้าบ้านรักษาสกอร์ไว้ได้ เกมจะเริ่มมีความอึดอัดสำหรับทีมเยือนมากขึ้น แต่ถ้าสวิตเซอร์แลนด์ได้ประตูเร็ว สกอตแลนด์จะต้องละทิ้งโครงสร้างที่เตรียมมาและขยับผู้เล่นขึ้นสูงกว่าเดิม
ตรงนั้นรูปเกมจะเปิดทันที
สกอตแลนด์ พบ สวิตเซอร์แลนด์ : รูปเกมแบบนี้อ่าน Handicap 0.5 และสูง-ต่ำ 2.25 อย่างไร?
สำหรับคู่นี้ ผมเลือกมองเพียงสองตลาด เพราะสัมพันธ์กับข้อมูลและรูปเกมชัดที่สุด คือ Handicap ที่สวิตเซอร์แลนด์ต่อ 0.5 กับเส้นประตู 2.25 ไม่จำเป็นต้องดึงตลาดอื่นเข้ามาเพิ่ม
Handicap 0.5 สะท้อนว่าทีมเยือนเหนือกว่า แต่ยังไม่ได้ถูกมองว่าขาด
หากมอง แทงบอล Handicap ที่สวิตเซอร์แลนด์ต่อครึ่งลูก ตัวเลขนี้สะท้อนว่าทีมเยือนได้เครดิตมากกว่า แต่ความต่างยังไม่กว้าง
เหตุผลมีทั้งสองด้าน
สวิตเซอร์แลนด์กำลังมั่นใจจากชัยชนะ 3-0 มีแนวรุกที่ลงตัว และชนะ 3 จาก 5 เกมล่าสุด ขณะที่สกอตแลนด์เพิ่งเปลี่ยนกุนซือและเกมล่าสุดยังยิงไม่ได้
แต่อีกด้าน เจ้าบ้านเพิ่งเก็บคลีนชีต เกมรับมีโครงสร้าง และได้กลับมาเล่นที่ฮัมพ์เด้น พาร์ค ดังนั้นราคาจึงไม่ได้ขยับไปถึงระดับที่สะท้อนความเหนือกว่าแบบชัดเจนกว่านี้
เมื่อ ดูราคาบอล คู่นี้ ผมจึงมองว่าคำถามของเส้นครึ่งลูกอยู่ที่ว่า สวิตเซอร์แลนด์สามารถเปลี่ยนคุณภาพในพื้นที่สุดท้ายให้กลายเป็นความแตกต่างของผลการแข่งขันได้หรือไม่
สำหรับ แทงบอล Handicap อีกจุดที่ต้องดูคือประตูแรก หากสวิตเซอร์แลนด์ขึ้นนำเร็ว พื้นที่สำหรับอัมดูนี่กับตัวรุกด้านข้างจะเพิ่มขึ้น แต่ถ้าสกอตแลนด์ลากเกมเสมอไปได้นาน ความกดดันจะค่อย ๆ ย้ายไปฝั่งทีมเยือน
สูง-ต่ำ 2.25 ต้องดูว่าสกอตแลนด์คุมความเร็วของเกมได้นานแค่ไหน
ในส่วนของ แทงบอลสูงต่ำ เส้น 2.25 มีเหตุผลรองรับทั้งสองด้าน
สกอตแลนด์เพิ่งเสมอ 0-0 และสามจากห้าเกมหลังยิงได้ไม่เกินหนึ่งประตู ขณะที่โครงสร้าง 3-4-1-2 สามารถถอยเป็นแนวรับห้าคนได้เมื่อไม่มีบอล
ตรงกันข้าม สวิตเซอร์แลนด์เพิ่งยิงสามลูก และสามเกมที่ชนะจากห้านัดหลังทำรวมถึง 10 ประตู จึงมีศักยภาพทำให้เกมเปลี่ยนจากรัดกุมเป็นเปิดได้เหมือนกัน
ผมจึงมองว่าเส้นนี้ขึ้นกับ Game State มากกว่าสถิติยิงประตูเพียงอย่างเดียว
ถ้าเกมยัง 0-0 ไปถึงช่วงครึ่งหลัง สกอตแลนด์ไม่มีเหตุผลต้องเพิ่มความเสี่ยง และพื้นที่จะยิ่งลดลง
แต่ถ้าประตูแรกเกิดเร็ว ฝ่ายตามต้องขยับวิงแบ็กหรือฟูลแบ็กสูงขึ้น ทำให้ช่องสำหรับเกมเปลี่ยนจังหวะเพิ่มขึ้นทันที
ดังนั้นเวลาอ่าน แทงบอลสูงต่ำ ของคู่นี้ สิ่งที่ควรเชื่อมกับตัวเลข 2.25 คือ จังหวะประตูแรกและความสามารถของสกอตแลนด์ในการลดความเร็วเกม มากกว่ามองว่าฝั่งหนึ่งเพิ่งยิงสามลูกแล้วสรุปว่ารูปเกมจะเปิดเหมือนเดิม
สรุปจากรูปเกม สกอตแลนด์ พบ สวิตเซอร์แลนด์
สวิตเซอร์แลนด์เข้าสู่เกมด้วยโมเมนตัมที่ดีกว่าอย่างชัดเจน หลังชนะนอร์ธ มาซิโดเนีย 3-0 และมีอัมดูนี่กำลังมั่นใจ แต่เกมที่ฮัมพ์เด้น พาร์คมีบริบทต่างออกไป
สกอตแลนด์น่าจะพยายามลดพื้นที่ตรงกลาง ให้กิลมอร์กับเฟอร์กูสันช่วยกันป้องกันหน้าแนวรับ และใช้แม็คกินน์เป็นตัวเชื่อมเมื่อแย่งบอลกลับมาได้
สิ่งที่ทีมเยือนต้องแก้คือทำอย่างไรไม่ให้การครองบอลกลายเป็นการส่งบอลวนอยู่หน้าบล็อกเจ้าบ้าน หากอัมดูนี่สามารถดึงเซ็นเตอร์ออกจากตำแหน่งและเปิดพื้นที่ให้เอ็นดอยหรือมานซัมบี้เข้าเล่นได้ สวิตเซอร์แลนด์จะมีทางเจาะมากขึ้น
สามเรื่องที่ผมมองว่าจะกำหนดเกมคือ สกอตแลนด์จะปิดพื้นที่หลังแดนกลางได้ดีแค่ไหน, อัมดูนี่จะดึงแนวรับเจ้าบ้านออกจากรูปทรงได้หรือไม่ และประตูแรกเกิดเร็วแค่ไหน
ยิ่งเกมเสมอนาน สกอตแลนด์ยิ่งได้เล่นตามแผน แต่ถ้าทีมเยือนนำก่อน รูปการแข่งขันจะเปลี่ยนไปเข้าทางสวิตเซอร์แลนด์มากขึ้นทันที
มุมมองก่อนเกม : สวิตเซอร์แลนด์มีจังหวะเข้าทำที่หลากหลายกว่า แต่ต้องเจาะบล็อกเจ้าบ้านให้แตกก่อน
สกอตแลนด์มีเหตุผลให้มองเกมนี้ด้วยความมั่นใจมากขึ้นหลังเก็บหนึ่งแต้มและคลีนชีตในเกมแรกของโปโกโญลี่ การเปลี่ยนมาใช้โบวี่ร่วมกับแม็คเบอร์นี่ก็อาจช่วยให้เกมรุกมีการเคลื่อนที่มากกว่าเดิม
แต่สวิตเซอร์แลนด์ยังมีความลงตัวในพื้นที่สุดท้ายมากกว่า
อัมดูนี่กำลังมั่นใจ แนวรุกสามคนด้านหลังมีทั้งความเร็วและการเล่นพื้นที่ด้านใน ขณะที่คู่กลางอย่างฟรอยเลอร์กับยาชารีช่วยให้ทีมไม่เสียสมดุลง่าย
สำหรับ ทรรศนะบอลคู่ นี้ ผมจึงให้น้ำหนักกับคุณภาพของจังหวะสุดท้ายมากกว่าการครองบอล หากสกอตแลนด์ทำให้เกมช้าและรักษาระยะได้ พวกเขามีโอกาสทำให้การแข่งขันอึดอัด แต่หากทีมเยือนหาพื้นที่ระหว่างวิงแบ็กกับเซ็นเตอร์ได้เร็ว สวิตเซอร์แลนด์จะเริ่มสร้างความแตกต่างได้มากขึ้น
จุดที่ต้องจับตา : สกอตแลนด์จะปิดพื้นที่ของ เซกี้ อัมดูนี่ ระหว่างไลน์ได้หรือไม่
คีย์แมน สกอตแลนด์ : จอห์น แม็คกินน์
คีย์แมน สวิตเซอร์แลนด์ : เซกี้ อัมดูนี่
จุดเปลี่ยนของเกม : ประตูแรก เพราะจะบังคับให้ฝ่ายตามเพิ่มความเสี่ยงทันที
แนวโน้มรูปเกม : สกอตแลนด์รักษาบล็อกและเลือกจังหวะขึ้นเกม ส่วนสวิตเซอร์แลนด์ครองพื้นที่มากกว่าและพยายามใช้การเคลื่อนที่ของแนวรุกเจาะระหว่างไลน์
คาดการณ์ผลการแข่งขัน : สกอตแลนด์ 1-3 สวิตเซอร์แลนด์
ราคาก่อนเกม : สวิตเซอร์แลนด์ ต่อ 0.5
เส้นประตู : 2.25 โดยจังหวะของประตูแรกมีผลต่อความเปิดของเกมอย่างมาก