ศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2026/27 ลีก เอ กลุ่ม 1 เดินทางมาถึงเกมที่สอง และคู่นี้ถือว่าน่าจับตาไม่น้อย เมื่อ ตุรกี เตรียมเปิดบ้านรับการมาเยือนของ อิตาลี ในสถานการณ์ที่เหมือนกันแทบทุกอย่าง เพราะต่างฝ่ายต่างออกสตาร์ตรายการด้วยความพ่ายแพ้และยังไม่มีแต้มติดมือ
ตุรกีเพิ่งเสียท่าให้ฝรั่งเศส 0-1 ขณะที่อิตาลีเริ่มต้นยุคใหม่ของ โรแบร์โต้ มันชินี่ ด้วยการแพ้เบลเยียมคารัง 0-2 นั่นหมายความว่าเกมนี้ไม่มีทีมไหนอยากถอย เพราะถ้าเสียแต้มอีกครั้ง สถานการณ์ในกลุ่มที่มีทั้งฝรั่งเศสและเบลเยียมจะเริ่มหนักตั้งแต่ช่วงต้นของการแข่งขันเลยทีเดียว
สำหรับใครที่กำลังตาม ข่าววิเคราะห์บอลวันนี้ เกมนี้เป็นหนึ่งในคู่ที่น่าสนใจตรงความสูสีของชื่อชั้น แต่เมื่อเจาะรายละเอียดจริง ๆ ทั้งสภาพทีม การหมุนผู้เล่น และรูปแบบการเล่น มีหลายจุดที่อาจทำให้ภาพของเกมเปลี่ยนไปจากที่เห็นบนกระดาษ
ข้อมูลก่อนเกม ตุรกี พบ อิตาลี
รายการแข่งขัน : ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2026/27 ลีก เอ กลุ่ม 1
คู่แข่งขัน : ตุรกี พบ อิตาลี
วันแข่งขัน : คืนวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 ต่อเช้าวันอังคารที่ 29 กันยายน 2569
เวลา : 01.45 น. ตามเวลาไทย
สนาม : ยูซุนจู ยิล อตาเติร์ก สเตเดียม เมืองบูร์ซา ประเทศตุรกี
สมาคมฟุตบอลตุรกียืนยันโปรแกรมแข่งขันเวลา 21.45 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 28 กันยายน ขณะที่อิตาลีเดินทางไปบูร์ซาเพื่อเล่นเกมที่สองของรอบแบ่งกลุ่มก่อนมีโปรแกรมหนักต่อเนื่องรออยู่หลังจากนี้
เปิดหัวมาก็หลังพิงฝา เพราะทั้งคู่ยังไม่มีแต้ม
ถ้ามองเพียงผลการแข่งขัน เกมแรกของตุรกีอาจดูธรรมดาเพราะแพ้ฝรั่งเศส 0-1 แต่รูปเกมไม่ได้เป็นรองจนเล่นกันไม่ได้ ตุรกีพยายามครองบอลและต่อเกมสู้ เพียงแต่จังหวะสุดท้ายยังขาดความเฉียบคม ก่อนที่ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ จะทำประตูชัยให้ฝรั่งเศสในครึ่งหลัง
ปัญหาเพิ่มเติมคือ อูกูร์ชาน ชาคีร์ ผู้รักษาประตูของตุรกีโดนใบแดงช่วงท้ายเกม ทำให้หมดสิทธิ์ลงสนามเจออิตาลี นั่นเปิดทางให้ อัลตาย บายินดีร์ มีโอกาสขึ้นมาเฝ้าเสาแทน
ฝั่งอิตาลีเจอสถานการณ์หนักกว่าเล็กน้อย เพราะแพ้เบลเยียม 0-2 ในบ้าน เกมดังกล่าวช่วงครึ่งแรกอัซซูรี่มีปัญหาในการรับมือความเร็วและการเข้าทำของคู่แข่ง จน จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ต้องออกแรงเซฟหลายครั้ง ส่วนครึ่งหลังแม้ภาพของทีมดีขึ้น แต่กลับโดนประตูที่สองในช่วงกำลังไล่กดดัน
เรื่องนี้ทำให้ผมมองว่าเกมในบูร์ซาจะต่างจากนัดแรกของทั้งสองฝ่าย เพราะไม่มีใครสามารถเล่นแบบรอจังหวะได้ตลอด 90 นาที โดยเฉพาะหากอีกทีมยิงนำก่อน เกมจะเปิดอย่างรวดเร็ว

ตุรกี : ขาดตัวหลักบางตำแหน่ง แต่แกนเกมรุกยังน่ากลัว
วินเชนโซ่ มอนเตลล่า ยังเป็นคนคุมทัพตุรกี และสิ่งที่เจ้าตัวพูดก่อนเกมชัดเจนมากว่าอยากเห็นทีมครองบอลและใช้บอลได้ดีกว่าเกมกับฝรั่งเศส โดยยอมรับว่าการมีบอลเยอะอย่างเดียวไม่พอ หากไม่สามารถสร้างประโยชน์จากการครองบอลนั้นได้
ข่าวร้ายคือ เคนัน ยิลดิซ ยังไม่สามารถช่วยทีมได้ โดย เซกี้ เซลิค เปิดเผยก่อนเกมว่าตัวรุกคนสำคัญต้องพักจากอาการบาดเจ็บประมาณสามเดือน ขณะที่รายชื่อชุดนี้ก็ไม่มี ฮาคาน ชัลฮาโนกลู อยู่ด้วย ทำให้ภาระการสร้างเกมตกไปอยู่ที่ผู้เล่นอย่าง อาร์ด้า กูแลร์, เคเรม อัคตูร์โคกลู และ บาริส อัลเปอร์ ยิลมาซ มากขึ้น
อีกคนที่ต้องเช็กจนถึงช่วงท้ายคือ ออร์คุน ค็อกชู เจ้าตัวมีปัญหาสภาพร่างกายและลงซ้อมกับทีมได้เพียงบางช่วงก่อนเกม มอนเตลล่ายังไม่ได้ยืนยันว่าจะพร้อมออกสตาร์ตหรือไม่
สิ่งที่ผมชอบในตุรกีชุดนี้คือการมี อาร์ด้า กูแลร์ อยู่ระหว่างไลน์กองกลางกับกองหลังคู่แข่ง หากเจ้าบ้านดึงมิดฟิลด์อิตาลีออกจากตำแหน่งได้เมื่อไร อาร์ด้าจะมีพื้นที่พลิกบอลและเลือกจ่ายให้ตัวริมเส้นทันที
เกมนี้เขาจึงอาจไม่จำเป็นต้องยิงเองเยอะ แต่บทบาทสำคัญคือทำให้จังหวะรุกของตุรกีเร็วขึ้น
อิตาลี : มันชินี่หมุนทีมหนัก และนี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนของเกม
โรแบร์โต้ มันชินี่ เพิ่งกลับมารับงานทีมชาติอิตาลีเป็นครั้งที่สอง และเกมแพ้เบลเยียมถือเป็นแมตช์แรกของการกลับมารอบนี้ อย่างไรก็ตาม ก่อนเดินทางไปตุรกีมีการตัดสินใจที่น่าสนใจมาก เมื่อมันชินี่แยกผู้เล่นถึง 10 คนไว้ฝึกซ้อมที่อิตาลีและไม่พาเดินทางไปบูร์ซา
รายชื่อดังกล่าวมีทั้ง นิโคโล่ บาเรลล่า, จานลูก้า มันชินี่, ซามูเอเล่ ริชชี่ และ ดาเนียล มัลดินี่ รวมอยู่ด้วย เพื่อบริหารสภาพทีมสำหรับโปรแกรมต่อเนื่องที่จะพบฝรั่งเศสและกลับมาเจอตุรกีอีกครั้งที่โบโลญญา
ตรงนี้สำคัญมาก เพราะถ้าอิงรายชื่อคาดการณ์ชุดแรกจากบทวิเคราะห์ก่อนหน้า หลายสำนักยังใส่ บาเรลล่า และ จานลูก้า มันชินี่ เป็นตัวจริง แต่จากประกาศล่าสุดของ FIGC ทั้งสองไม่ได้เดินทางมาเล่นเกมนี้แล้ว
ดังนั้นแดนกลางมีโอกาสเห็น ซานโดร โตนาลี่ กับ ดาวิเด้ ฟรัตเตซี่ รับบทหลัก ส่วนแนวรุกยังมีตัวเลือกอย่าง ฟรานเชสโก้ ปิโอ เอสโปซิโต้, มอยเซ่ คีน, จานลูก้า สคามัคก้า, จาโคโม่ ราสปาโดรี่ และ นิโคโล่ คัมเบียกี้
อิตาลียังมี ดอนนารุมม่า เป็นตัวหลักในประตู และนั่นสำคัญมาก เพราะเกมกับเบลเยียมถ้าไม่มีเซฟของเขา สกอร์อาจไหลไปไกลกว่าสองประตู
11 ตัวจริงที่อาจได้เห็น
ตุรกี ระบบ 3-4-2-1
อัลตาย บายินดีร์; เซกี้ เซลิค, เมริห์ เดมิรัล, อับดุลเคริม บาร์ดัคชี่; โออุซ อายดิน, ซาลิห์ ออซคาน, อิสมาอิล ยุคเซ็ก, เฟอร์ดี้ คาดิโอกลู; อาร์ด้า กูแลร์, เคเรม อัคตูร์โคกลู; บาริส อัลเปอร์ ยิลมาซ
อิตาลี ระบบ 4-3-3
จานลุยจิ ดอนนารุมม่า; ไมเคิ่ล คาโยเด้, อเลสซานโดร บาสโตนี่, ริคคาร์โด้ คาลาฟิโอรี่, โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่; ซานโดร โตนาลี่, ดาวิเด้ ฟรัตเตซี่, นิโคโล่ ฟาโจลี่; นิโคโล่ คัมเบียกี้, ฟรานเชสโก้ ปิโอ เอสโปซิโต้, จาโคโม่ ราสปาโดรี่
รายชื่อข้างต้นเป็นการประเมินจากผู้เล่นที่มีอยู่ก่อนแข่งขัน โดยเฉพาะฝั่งอิตาลีที่มีการบริหารทีมและพักผู้เล่นหลายราย จึงอาจมีการเปลี่ยนแปลงก่อนเริ่มเกมได้
เจอกันทีไร อิตาลียังเป็นทีมที่ตุรกีเล่นด้วยยาก
ผลงานการพบกันก่อนหน้านี้ยังสะท้อนว่าอิตาลีเป็นคู่แข่งที่ตุรกีเอาชนะได้ยาก โดยการเจอกันในปี 2024 จบลงด้วยผลเสมอ 0-0 ขณะที่เกมปี 2022 อิตาลีบุกชนะ 3-2 และในยูโร 2020 ซึ่งแข่งขันในปี 2021 อิตาลีชนะ 3-0
อย่างไรก็ตาม ผมไม่อยากให้น้ำหนักกับเฮดทูเฮดมากเกินไป เพราะทีมชุดปัจจุบันเปลี่ยนไปเยอะ โดยเฉพาะอิตาลีที่กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นรอบใหม่ของมันชินี่
สิ่งที่ควรมองมากกว่าคือ “ใครปรับตัวจากเกมแรกได้เร็วกว่ากัน”
วิเคราะห์แท็กติก : จุดชี้ขาดอยู่ตรงแดนกลาง
รูปเกมที่ผมคาดคือ ตุรกีจะพยายามเริ่มด้วยการครองบอลมากกว่านัดฝรั่งเศส เพราะมอนเตลล่าพูดก่อนเกมชัดเจนว่าต้องการให้ทีมใช้บอลอย่างมีประสิทธิภาพขึ้น
เกมรุกน่าจะพยายามส่งบอลหาอาร์ด้าระหว่างไลน์ แล้วให้ เฟอร์ดี้ คาดิโอกลู หรือผู้เล่นฝั่งขวาดันขึ้นเติมสูง หากดึงฟูลแบ็กอิตาลีออกมาได้ พื้นที่ครึ่งช่องจะเปิดให้แนวรุกสอดเข้าไปเล่น
แต่อิตาลีมีจุดอันตรายตรงเกมเปลี่ยนจากรับเป็นรุก ถ้า โตนาลี่ หรือ ฟรัตเตซี่ตัดบอลกลางสนามได้เมื่อไร บอลสามารถขึ้นหน้าเร็วมาก และนั่นเป็นรูปเกมที่แนวรับสามคนของตุรกีไม่อยากเจอ
อีกประเด็นคือการโรเตชั่นของอิตาลี ผู้เล่นที่ลงสนามอาจสดกว่า แต่ความเข้าใจเกมระหว่างกันอาจไม่ต่อเนื่องเท่าชุดหลัก ช่วง 20-30 นาทีแรกจึงน่าสนใจมาก หากตุรกีกดดันจนทีมเยือนต่อบอลไม่ได้ เจ้าถิ่นจะได้ความมั่นใจทันที
ในทางกลับกัน ถ้าอิตาลีผ่านเพรสแรกของตุรกีได้ เกมอาจเปิดกว่าที่คิด
ถ้ารูปเกมแบบนี้ จะเลือกเล่นแทงบอลในรูปแบบไหนดี?
ถ้ามองในเชิงศึกษารูปแบบตลาด ไม่ใช่การชักชวนให้เดิมพัน ผมมองว่าเกมลักษณะนี้ ตลาดผลแพ้ชนะตรง ๆ อาจไม่ใช่ตลาดที่อ่านง่ายที่สุด เพราะสองทีมต่างอยู่ในช่วงต้องปรับทีม และอิตาลีมีการหมุนผู้เล่นค่อนข้างมาก
ตลาดที่เข้ากับรูปเกมมากกว่าคือ แฮนดิแคป 0 หรือ Draw No Bet ฝั่งตุรกี หากราคายังอยู่ในระดับเลือก เพราะข้อได้เปรียบสนามและความต่อเนื่องของแกนหลักช่วยลดความเสียเปรียบด้านชื่อชั้น ขณะที่หากเสมอ ตลาดลักษณะนี้โดยทั่วไปจะคืนทุนตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการ
ส่วนตลาดสูง-ต่ำ ผมไม่รีบตาม “สูง” ตั้งแต่ก่อนเกม หากเส้นขยับขึ้นไปถึง 2.75 เพราะทั้งสองทีมเพิ่งยิงไม่ได้ในเกมแรก สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือดูรูปเกมจริงช่วง 15-25 นาที หากบอลขึ้นลงเร็ว มีพื้นที่หลังฟูลแบ็ก และเริ่มมีโอกาสยิงต่อเนื่อง ตลาดสูงแบบไลฟ์อาจสะท้อนภาพเกมได้ชัดกว่าการคาดเดาก่อนเริ่ม
ถ้าเกมเริ่มระมัดระวัง ต่างฝ่ายต่างไม่อยากเสียประตูก่อน การรอตลาดสดถือว่าเหมาะกับคู่นี้มากกว่าการบังคับเลือกตั้งแต่ก่อนแข่ง
แนวคิดสำคัญคือ เลือกรูปแบบเดิมพันให้สอดคล้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสนาม ไม่ใช่พยายามบังคับรูปเกมให้ตรงกับบิลที่เลือกไว้ก่อน

มุมมองเกมนี้ : ตุรกีได้เปรียบเรื่องสภาพแวดล้อม แต่อิตาลียังประมาทไม่ได้
ผมให้น้ำหนักไปที่ตุรกีเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะอิตาลีอ่อนกว่า แต่สถานการณ์ก่อนเกมเอื้อเจ้าบ้านมากกว่า ทั้งเสียงเชียร์ ความต่อเนื่องของผู้เล่น และการที่อิตาลีตัดสินใจพักกำลังหลักหลายคนไว้ที่อิตาลี
อย่างไรก็ตาม จุดที่ทำให้ไม่กล้าเทน้ำหนักเต็มคือเกมรุกของตุรกียังมีปัญหาเรื่องจังหวะสุดท้าย เกมกับฝรั่งเศสพวกเขามีช่วงที่ครองบอลได้ แต่เปลี่ยนการครองบอลให้กลายเป็นประตูไม่ได้
อิตาลีเองแม้แพ้ 0-2 แต่ครึ่งหลังกับเบลเยียมไม่ได้เล่นแย่ตลอดเกม และการมี ดอนนารุมม่า อยู่ด้านหลังช่วยให้ทีมสามารถประคองสถานการณ์เวลาถูกกดดันได้
เพราะฉะนั้นภาพที่น่าจะเห็นคือเจ้าบ้านเริ่มต้นดีกว่า แต่อิตาลีมีโอกาสกลับมาเล่นได้เมื่อเกมผ่านช่วงแรกไปแล้ว
มุมมองผลการแข่งขัน : ตุรกีไม่แพ้
สกอร์ที่มอง : ตุรกี 1-1 อิตาลี
สกอร์ทางเลือกหากเจ้าบ้านจบจังหวะได้คม : ตุรกี 2-1 อิตาลี
สรุปก่อนเกม
นี่ไม่ใช่คู่ที่ควรมองจากชื่อชั้นเพียงอย่างเดียว เพราะบริบทก่อนแข่งทำให้ช่องว่างระหว่างสองทีมแคบลงอย่างชัดเจน ตุรกีเล่นในบ้านและต้องการแก้ตัวจากเกมแรก ขณะที่อิตาลีกำลังเริ่มต้นรอบใหม่ภายใต้การคุมทีมของมันชินี่ พร้อมกับเลือกบริหารผู้เล่นหลายคนในเกมเยือนนัดนี้
ถ้าตุรกีเปลี่ยนการครองบอลให้กลายเป็นโอกาสจบสกอร์ได้มากขึ้น ผมมองว่าพวกเขามีโอกาสเก็บอย่างน้อยหนึ่งแต้ม และอาจถึงขั้นเบียดชนะ แต่ถ้าเกมเปิดเร็วและอิตาลีผ่านแดนกลางได้ง่าย ความอันตรายจากบอลเปลี่ยนจังหวะของทีมเยือนก็สามารถเปลี่ยนภาพเกมได้เหมือนกัน
ดังนั้นเกมนี้จุดที่ควรจับตาไม่ใช่แค่ว่าใครครองบอลมากกว่า แต่ต้องดูว่า ใครสร้างโอกาสจากการครองบอลได้คุ้มกว่า และทีมไหนจะรับมือแรงกดดันจากการยังไม่มีแต้มได้ดีกว่ากัน