รายการ : ลีก คัพ อังกฤษ
สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม
เวลา : 02.30 น.
ราคาก่อนเกม : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต่อ 1.0
เกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ ไบรท์ตัน น่าสนใจตรงที่ชื่อชั้นของสองทีมอาจไม่ใช่ตัวบอกทุกอย่าง เพราะนี่คือบอลถ้วยที่มีแนวโน้มโรเตชั่นพร้อมกันทั้งคู่
ฝั่งเจ้าบ้านเตรียมให้โอกาสผู้เล่นอย่าง ฟลอยด์ แซมบ้า, อัลลาน เอเลียส, อายยู้บ บูอัดดี้ และ นิโก้ โอเรลลี่ ขณะที่ไบรท์ตันก็ต้องปรับทีมจากปัญหาตัวเจ็บหลายตำแหน่ง โดยเฉพาะเกมรุกที่ไม่มีทั้ง คาโอรุ มิโตมะ, ยาคูบ้า มินเตห์, อีแวน เฟอร์กูสัน และ สเตฟานอส ซิมาส
ดังนั้นสำหรับ วิเคราะห์บอลลีกคัพ คู่นี้ ประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่ “แมนฯ ซิตี้เหนือกว่าไหม” แต่ต้องถามต่อว่า ชุดหมุนเวียนของเจ้าบ้านยังสามารถควบคุมเกมและสร้างระยะห่างได้แค่ไหน
อีกด้าน ไบรท์ตันมีสถิติการพบกับซิตี้ช่วงหลังค่อนข้างดี จึงไม่ใช่คู่แข่งที่ควรถูกมองว่าเสียเปรียบทุกมิติ
เฮดทูเฮด ไบรท์ตันสร้างปัญหาให้แมนฯ ซิตี้ต่อเนื่อง
ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
- แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เสมอ ไบรท์ตัน 1-1
- ไบรท์ตัน ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1
- แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เสมอ ไบรท์ตัน 2-2
- ไบรท์ตัน ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1
- ไบรท์ตัน แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-4
ภาพรวม 5 เกมล่าสุดคือ แมนฯ ซิตี้ชนะเพียงครั้งเดียว ไบรท์ตันชนะ 2 และเสมอ 2
ตรงนี้น่าสนใจกว่าชื่อชั้นพอสมควร
ไบรท์ตันมีวิธีเล่นที่สามารถสร้างปัญหาให้ซิตี้ได้ โดยเฉพาะการเพรสแดนกลางและการโจมตีทันทีเมื่อคู่แข่งเสียบอลในช่วงที่ฟูลแบ็กอยู่สูง
อย่างไรก็ตาม เกมนี้บริบทต่างจากลีก เพราะทั้งสองทีมมีแนวโน้มเปลี่ยนตัวผู้เล่นหลายตำแหน่ง
สำหรับการ วิเคราะห์ผลบอล จึงต้องลดน้ำหนักเฮดทูเฮดลงเล็กน้อย แล้วมองคุณภาพของชุดสำรองกับความเข้าใจระบบเป็นหลัก
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : เกมรุกยังยิงเยอะ แต่เกมรับไม่ได้ปิดสนิท
ผลงาน 5 นัดล่าสุด
- แพ้ แอสตัน วิลล่า 1-2
- ชนะ เออีเค เอเธนส์ 5-1
- ชนะ อิปสวิช ทาวน์ 3-2
- แพ้ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 2-4
- ชนะ ลิเวอร์พูล 3-0
ภาพรวมคือ ชนะ 3 แพ้ 2 ยิง 14 และเสีย 9 ประตู
นี่เป็นทีมที่เกมรุกยังผลิต สกอร์บอล ได้ต่อเนื่อง แต่ความแน่นอนของเกมรับลดลงจากช่วงต้นฤดูกาล
เกมแพ้วิลล่า 1-2 เป็นตัวอย่างสำคัญ ซิตี้สามารถครองเกมได้ แต่เมื่อเสียบอลในจังหวะที่โครงสร้างด้านหลังไม่พร้อม คู่แข่งยังมีทางโจมตีได้
พอกลับมาเล่น ฟุตบอลลีก คัพ และมีการโรเตชั่นหลายตำแหน่ง จุดนี้ยิ่งต้องจับตา เพราะความสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่นชุดสองอาจไม่แน่นเท่าชุดหลัก
อย่างไรก็ตาม เอติฮัดยังเป็นข้อได้เปรียบชัดเจน
แมนฯ ซิตี้ชนะ 10 จาก 12 เกมเหย้าหลังสุดทุกรายการ และยิงรวมถึง 36 ประตู
นี่คือฐานสำคัญที่ทำให้เจ้าบ้านยังมีน้ำหนักเหนือกว่า
ไบรท์ตัน : ฟอร์มโดยรวมยังดี แต่สองนัดหลังเกมรุกสะดุด
ผลงาน 5 นัดล่าสุด
- แพ้ ลิเวอร์พูล 0-2
- เสมอ ยาโบลเน็ก 0-0
- ชนะ คริสตัล พาเลซ 5-0
- ชนะ เคาโน่ ซัลกิริส 4-0
- ชนะ ซันเดอร์แลนด์ 2-0
ภาพรวมคือ ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 ยิง 11 และเสียเพียง 2 ประตู
หากดูภาพใหญ่ถือว่าแข็งแรงมาก
ก่อนสองเกมล่าสุด ไบรท์ตันชนะสามนัดรวด ยิง 11 และไม่เสียประตูเลย
แต่จังหวะเกมรุกเริ่มสะดุดหลังเสมอยาโบลเน็ก 0-0 และแพ้ลิเวอร์พูล 0-2 ทำให้ สองนัดล่าสุดยิงไม่ได้
เมื่อบวกกับการขาดผู้เล่นริมเส้นและกองหน้าหลายคน ปัญหาเรื่องการสร้างความแตกต่างในพื้นที่สุดท้ายจึงมีน้ำหนักขึ้นมา
สำหรับ วิเคราะห์ฟุตบอลลีกคัพ สิ่งที่ไบรท์ตันต้องทำให้ได้คืออย่าปล่อยให้เกมกลายเป็นการตั้งรับต่อเนื่อง เพราะชุดหมุนเวียนของซิตี้ยังมีผู้เล่นที่เล่นระหว่างไลน์ได้ดีอย่าง รายาน แชร์กี
ความพร้อม แมนฯ ซิตี้ : ชุดหมุนเวียน แต่โครงสร้างแดนกลางยังมีประสบการณ์คุม
ทีมของ เอ็นโซ่ มาเรสก้า มีปัญหาหลักเพียง อ็องตวน เซเมนโย่ ที่ยังไม่พร้อมจากอาการบาดเจ็บ
ส่วนตำแหน่งอื่นมีแนวโน้มโรเตชั่นค่อนข้างมาก
ฟลอยด์ แซมบ้า ดาวรุ่งวัย 17 ปี มีโอกาสออกสตาร์ตเป็นกองหน้าตัวเป้า โดยมี อัลลาน เอเลียส, รายาน แชร์กี และ รายาน ไอต์-นูรี่ สนับสนุนด้านหลัง
จุดที่น่าสนใจคือคู่กลาง อายยู้บ บูอัดดี้ – มาเตโอ โควาซิช
การมีโควาซิชช่วยอยู่ตรงกลางทำให้ชุดนี้ไม่ได้เด็กทั้งหมด เขาสามารถช่วยพาทีมออกจากแรงเพรสและควบคุม tempo ได้
ส่วนแชร์กีต้องเป็นคนสร้างความแตกต่างระหว่างไลน์
หากไบรท์ตันใช้มิดฟิลด์สามคนพยายามปิดตรงกลาง แชร์กีควรเคลื่อนออกไปรับบอลใน half-space แล้วดึงตัวประกบออก เพื่อเปิดทางให้ไอต์-นูรี่หรือโอเรลลี่เติมเข้าพื้นที่
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (4-2-3-1) : เจโรนิโม่ รูญี่ – ริโก้ ลูอิส, อับดูโคดีร์ คูซานอฟ, วิตอร์ ไรส์, นิโก้ โอเรลลี่ – อายยู้บ บูอัดดี้, มาเตโอ โควาซิช – อัลลาน เอเลียส, รายาน แชร์กี, รายาน ไอต์-นูรี่ – ฟลอยด์ แซมบ้า
ตัวเจ็บ : อ็องตวน เซเมนโย่
ความพร้อม ไบรท์ตัน : เสียตัวรุกหลายราย ทำให้สามประสานชุดใหม่ต้องรับภาระหนัก
ฟาเบียน ฮูร์เซเลอร์ เจอปัญหามากกว่าเจ้าบ้านอย่างชัดเจน
ทีมยังไม่มี เฟมี่ อาซีซ, คาโอรุ มิโตมะ, ยาคูบ้า มินเตห์, สเตฟานอส ซิมาส, ซาด็อค โยฮานน่า และ อีแวน เฟอร์กูสัน
นี่กระทบทั้งความเร็ว ความสามารถในการเล่นหนึ่งต่อหนึ่ง และตัวเลือกหน้าเป้า
ระบบที่คาดคือ 4-3-3 โดยใช้ แม็ตต์ โอไรลี่ย์, ชาราลัมปอส คอสตูลาส และ มาลิค ยัลคูเย่ เป็นสามแนวรุก
ตรงกลางยังมี ปาสกาล โกรสส์ ซึ่งเป็นผู้เล่นสำคัญที่สุดของทีมชุดนี้
ไบรท์ตันจำเป็นต้องให้โกรสส์มีเวลาออกบอล ถ้าเขาถูกบีบจนต้องเล่นย้อนหลังตลอด เกมสวนของทีมเยือนจะเริ่มหายไป
แต่ถ้าโกรสส์สามารถเล่นผ่านแนวเพรสแรกได้ พื้นที่ด้านหลังฟูลแบ็กแมนฯ ซิตี้มีโอกาสเปิด และนั่นคือทางที่ทีมเยือนต้องโจมตี
ไบรท์ตัน (4-3-3) : เจสัน สตีล – คอนตินญ่า, ลูก้า วูสโควิช, ปาสคาล สเตราย์ค, ฌาอูอ็อง ฮาฌาม – เชม่า อันเดรส, โอลิวิเย่ร์ บอสกาญี่, ปาสคาล โกรสส์ – แม็ตต์ โอไรลี่ย์, ชาราลัมปอส คอสตูลาส, มาลิค ยัลคูเย่
ตัวเจ็บ : เฟมี่ อาซีซ, คาโอรุ มิโตมะ, ยาคูบ้า มินเตห์, สเตฟานอส ซิมาส, ซาด็อค โยฮานน่า, อีแวน เฟอร์กูสัน

แมนฯ ซิตี้ พบ ไบรท์ตัน : 3 จุดที่อาจกำหนดเกม
1. แชร์กีต้องเจาะพื้นที่ระหว่างมิดฟิลด์กับแนวรับไบรท์ตัน
ถ้าซิตี้ใช้ชุดหมุนเวียนจริง รายาน แชร์กี จะกลายเป็นผู้เล่นที่ทีมต้องฝากบอลมากที่สุดคนหนึ่ง
ไบรท์ตันใช้มิดฟิลด์สามคนและมีแนวโน้มพยายามปิดพื้นที่ตรงกลาง
แชร์กีต้องไม่ยืนรออยู่ในตำแหน่งหมายเลข 10 ตลอด แต่ควรสลับออกด้านข้างและลงมารับบอล เพื่อดึงตัวประกบออกจากโครงสร้าง
เมื่อพื้นที่ตรงกลางเปิด ฟลอยด์ แซมบ้าจะมีพื้นที่เล่นมากขึ้น
2. ไบรท์ตันต้องโจมตีหลังฟูลแบ็กทันทีเมื่อแย่งบอลได้
แมนฯ ซิตี้ใช้ทั้งริโก้ ลูอิสและนิโก้ โอเรลลี่ ซึ่งมีแนวโน้มขยับขึ้นช่วยเกมรุก
ทุกครั้งที่เสียบอล พื้นที่ข้างคูซานอฟกับวิตอร์ ไรส์จะเกิดขึ้น
ไบรท์ตันต้องเล่นตรงไปยังบริเวณนี้ให้เร็ว
ถ้าทีมเยือนเลือกหมุนบอลกลับหลังบ่อยเกินไป ซิตี้จะมีเวลาจัดโครงสร้างและกลับมาเพรสใหม่
ดังนั้นบอลแรกหลังแย่งคืนคือจุดสำคัญมาก
3. ดาวรุ่งแมนฯ ซิตี้ต้องรับมือเกมจริงที่ความผิดพลาดมีราคาสูง
นี่คือความแตกต่างระหว่างเกมลีกทั่วไปกับบอลถ้วยน็อกเอาต์
ผู้เล่นอย่างแซมบ้า บูอัดดี้ หรือเอเลียสมีคุณภาพ แต่ประสบการณ์กับเกมที่ผิดพลาดแล้วอาจตกรอบยังไม่มากเท่ารุ่นพี่
ไบรท์ตันควรพยายามเพิ่มความกดดันตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะการเพรสบอลคืนหลัง
ถ้าซิตี้ผ่านช่วงแรกได้ ความมั่นใจของดาวรุ่งจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
แต่หากทีมเยือนได้ประตูนำก่อน รูปเกมสามารถเปลี่ยนไปมากกว่าที่ชื่อชั้นของสองทีมบอก
จุดชี้ขาด : คุณภาพชุดสองของแมนฯ ซิตี้จะรักษา rest defense ได้ดีแค่ไหน
จากบทเรียนเกมแพ้แอสตัน วิลล่า สิ่งที่ซิตี้ต้องระวังมากที่สุดไม่ใช่การมีบอลน้อยกว่า แต่คือ จังหวะหลังเสียบอล
เกมนี้มีแนวโน้มส่งนักเตะที่ไม่ได้เล่นร่วมกันเป็นตัวจริงบ่อย ๆ ลงหลายตำแหน่ง
นั่นทำให้ rest defense สำคัญเป็นพิเศษ
เมื่อโอเรลลี่หรือลูอิสเติมขึ้นสูง บูอัดดี้กับโควาซิชต้องไม่ขยับขึ้นพร้อมกันจนพื้นที่หน้าเซ็นเตอร์โล่ง
ไบรท์ตันขาดตัวหลักเกมรุกหลายคนก็จริง แต่ฟุตบอลของฮูร์เซเลอร์ยังมีแนวคิดชัดเรื่องการเปลี่ยนจังหวะหลังแย่งบอล
หากแมนฯ ซิตี้ควบคุมตรงนี้ได้ เจ้าบ้านจะมีเส้นทางชนะค่อนข้างชัด
แต่ถ้าเปิดพื้นที่ให้ทีมเยือนสวนซ้ำ ๆ ระยะห่างของเกมจะลดลงทันที
รูปเกมที่คาด : ซิตี้ครองบอล ไบรท์ตันรอเพรสจังหวะผิดพลาด
ภาพของ ฟุตบอลลีกคัพ คู่นี้น่าจะเป็นแมนฯ ซิตี้มีบอลมากกว่า
เจ้าบ้านจะพยายามใช้โควาซิชช่วยพาบอลออกจากแดนตัวเอง ก่อนส่งเข้าแชร์กีและสามแนวรุก
ไบรท์ตันอาจไม่ได้ไล่สูงทุกจังหวะ แต่จะเลือกเร่งเพรสเมื่อบอลถูกส่งกลับไปยังแนวรับหรือผู้รักษาประตู
จุดต่างคือคุณภาพในพื้นที่สุดท้าย
แม้ซิตี้โรเตชั่น แต่ยังมีผู้เล่นที่สามารถสร้างโอกาสด้วยตัวเองได้หลายคน ส่วนไบรท์ตันเสียตัวรุกหลักไปเยอะ
หากเจ้าบ้านครองพื้นที่ได้ต่อเนื่อง ความกดดันจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น
แต่หากเกมยัง 0-0 นาน ไบรท์ตันจะยิ่งมั่นใจ และรูปการแข่งขันจะตึงกว่าที่ราคาเปิดไว้
แมนฯ ซิตี้ พบ ไบรท์ตัน : รูปเกมสัมพันธ์กับ Handicap 1.0 อย่างไร?
เส้น 1.0 ทำให้ประเด็นของเกมนี้ไม่ใช่เพียงว่าแมนฯ ซิตี้มีโอกาสผ่านเข้ารอบมากกว่าหรือไม่ แต่ต้องดูว่าชุดโรเตชั่นของเจ้าบ้านสามารถสร้างระยะห่างได้จริงหรือเปล่า
แทงบอล Handicap : ซิตี้เหนือกว่าด้านขุมกำลัง แต่ราคา 1.0 ต้องการความเด็ดขาด
เมื่อมองผ่าน แทงบอล Handicap แมนฯ ซิตี้มีเหตุผลรองรับจากฟอร์มในเอติฮัด ซึ่งชนะถึง 10 จาก 12 เกมหลังทุกรายการ
คุณภาพชุดสำรองก็ยังค่อนข้างสูง โดยเฉพาะการมีแชร์กี โควาซิช และไอต์-นูรี่ช่วยประคองดาวรุ่ง
แต่ แทงบอลแฮนดิแคป เส้น 1.0 ต้องมองเรื่องระยะห่างด้วย
ไบรท์ตันมีเฮดทูเฮดที่ดีมากกับแมนฯ ซิตี้ โดยสี่เกมล่าสุดก่อนหน้านี้ไม่แพ้เลย และสองครั้งเป็นฝ่ายชนะ
ขณะที่การโรเตชั่นของเจ้าบ้านทำให้ความต่อเนื่องในพื้นที่สุดท้ายอาจไม่เท่าชุดใหญ่
ดังนั้นภาพของ แทงบอล Handicap จะเอนไปทางซิตี้มากขึ้น หากเจ้าบ้านได้ประตูแรกเร็ว เพราะไบรท์ตันต้องออกจากโครงสร้างและชุดแนวรุกสำรองจะต้องเล่นเกมที่เปิดกว่าเดิม
แต่ถ้าครึ่งแรกยังไม่มีสกอร์ มุม แทงบอลแฮนดิแคป จะตึงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเกมบอลถ้วยไม่จำเป็นต้องเปิดความเสี่ยงตั้งแต่ต้น
แมนฯ ซิตี้ พบ ไบรท์ตัน : รูปเกมสัมพันธ์กับสูง-ต่ำ 3.0 อย่างไร?
แทงบอลสูงต่ำ : มีช่องให้เกิดประตู แต่ชุดโรเตชั่นอาจทำให้ความเฉียบคมลดลง
หากมองตัวเลขแมนฯ ซิตี้ 5 นัดล่าสุด มีประตูรวมถึง 23 ลูก หรือเฉลี่ยมากกว่า 4 ประตูต่อเกม
แนวโน้มจึงดูเปิด
แต่ไบรท์ตันเสียเพียง 2 ประตูจาก 5 เกมล่าสุด และสามนัดในช่วงดังกล่าวรักษาคลีนชีตได้ทั้งหมด
มุม แทงบอลสูงต่ำ จึงมีสองแรงต้านกัน
ฝั่งซิตี้มีเกมรุกและสนามเหย้าผลักให้เกมเปิด ส่วนไบรท์ตันมีระบบเกมรับที่ยังเหนียว แม้จะโรเตชั่น
อีกประเด็นคือเจ้าบ้านใช้กองหน้าวัย 17 ปี และทีมเยือนก็ขาดตัวจบสกอร์หลายราย
นั่นทำให้จำนวนโอกาสอาจสูง แต่ความเฉียบคมไม่ได้จำเป็นต้องสูงตาม
ถ้าประตูแรกมาเร็ว แทงบอลสูงต่ำ จะสัมพันธ์กับเกมที่เปิดขึ้น เพราะบอลถ้วยบังคับให้ฝ่ายตามต้องเพิ่มความเสี่ยง
แต่ถ้า 0-0 ยืดเข้าใกล้ครึ่งหลัง จังหวะการแข่งขันอาจไม่ได้ไหลไปถึงเกมยิงแลกอย่างที่ตัวเลขฟอร์มแมนฯ ซิตี้ทำให้รู้สึก
ดังนั้นการอ่าน แทงบอลสูงต่ำ ที่เส้น 3.0 ต้องให้น้ำหนักกับประตูแรกและประสิทธิภาพของชุดหมุนเวียนมากเป็นพิเศษ
สรุปจากรูปเกม : ซิตี้มีเส้นทางชนะชัดกว่า แต่ 1.0 ไม่ใช่เส้นที่มองข้ามการโรเตชั่นได้
ถ้าจัดลำดับตัวแปรก่อนเกม แมนฯ ซิตี้มีข้อได้เปรียบสามอย่างชัดเจน
หนึ่งคือเอติฮัด
สองคือความลึกของขุมกำลัง
สามคือปัญหาตัวเจ็บในเกมรุกของไบรท์ตัน
แต่สิ่งที่ทำให้เกมนี้ไม่ได้ง่ายจนเกินไปคือเฮดทูเฮดและลักษณะบอลถ้วย
ไบรท์ตันแสดงให้เห็นหลายครั้งว่าสามารถเล่นกับซิตี้ได้ และฮูร์เซเลอร์มีทีมที่เข้าใจวิธีเพรสกับโจมตีพื้นที่หลังแนวรับ
ผมจึงมองว่าแมนฯ ซิตี้มีโอกาสควบคุมเกมและสร้างโอกาสมากกว่า แต่ต้องระวังไม่ให้เกมเข้าสู่สถานการณ์ที่ผิดพลาดครั้งเดียวแล้วถูกลงโทษ
มุมมองก่อนเกม : เรือใบมีคุณภาพสำรองเหนือกว่า แต่ต้องชนะเกม transition ให้ได้
สำหรับ ทรรศนะบอลคู่ นี้ ผมให้น้ำหนักแมนเชสเตอร์ ซิตี้มากกว่า
ไม่ใช่เพียงเพราะเล่นในบ้าน แต่เพราะเมื่อทั้งสองฝ่ายโรเตชั่นพร้อมกัน ความลึกของขุมกำลังเจ้าบ้านมีโอกาสสร้างความแตกต่างมากขึ้น
แชร์กีกับโควาซิชเป็นสองคนที่ช่วยให้ทีมชุดนี้ยังมีแกนประสบการณ์ ขณะที่ดาวรุ่งมีพลังงานสำหรับเพรสและเล่นด้วยความเร็ว
ฝั่งไบรท์ตันยังมีระบบที่ดี แต่การเสียมิโตมะ มินเตห์ และตัวเลือกหน้าเป้าหลายคน ทำให้เกมสวนอาจขาดความคมเมื่อได้พื้นที่จริง
ในมุม ทีเด็ดบอล เชิงวิเคราะห์ ภาพจึงเอนไปทางเจ้าบ้าน แต่ความต่างของสกอร์ขึ้นอยู่กับว่าซิตี้จะรักษาความสมดุลหลังเสียบอลได้ดีแค่ไหน
จุดที่ต้องจับตา : พื้นที่หลังฟูลแบ็กแมนฯ ซิตี้เมื่อทีมดันขึ้นสูง
คีย์แมน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : รายาน แชร์กี
คีย์แมน ไบรท์ตัน : ปาสกาล โกรสส์
จุดเปลี่ยนของเกม : ประตูแรก เพราะบอลถ้วยจะบังคับให้ฝ่ายตามเพิ่มความเสี่ยง
แนวโน้มรูปเกม : แมนฯ ซิตี้ครองบอลมากกว่า ไบรท์ตันเลือกเพรสเป็นช่วงและรอโจมตีพื้นที่หลังแนวรับ
มุม Handicap : แมนฯ ซิตี้ -1.0 มีข้อได้เปรียบจากสนามและความลึกของขุมกำลัง แต่การโรเตชั่นและเฮดทูเฮดทำให้การสร้างระยะห่างยังต้องพิสูจน์
มุมสูง-ต่ำ : เส้น 3.0 มีทางเปิดหากประตูแรกเกิดเร็ว แต่ความเฉียบคมของชุดหมุนเวียนเป็นตัวแปรสำคัญ
คาดการณ์ผลการแข่งขัน : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 ไบรท์ตัน